
ชาวพัทลุงสงขลาฟื้นนาร้างปลูกข้าว
ยางตกต่ำ ชาวพัทลุงสงขลา ฟื้นนาร้างปลูกข้าวขายโครงการจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่น
ยางตกต่ำ ชาวพัทลุงสงขลา ฟื้นนาร้างปลูกข้าวขายโครงการจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่น
นายจักรกฤษณ์ สามัคคี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเรียนรู้เกษตรธรรมชาติบางแก้ว อ.บางแก้ว จ.พัทลุง ผู้ผลิตข้าวสังข์หยดเมืองลุงรายใหญ่ เปิดเผยว่า ขณะที่ชาวพัทลุงและสงขลาเร่งฟื้นนาร้างเพื่อปลูกข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจแทนยางพาราที่ราคาตกต่ำไม่หยุด โดยหันไปทำนาข้าวกันมากขึ้น เนื่องจากได้ราคาดีและได้ผลผลิตเร็ว 3 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวได้ราคาสูงถึงตันละ 1.5 หมื่นบาท จากเดิมที่มีรายได้อราคายาง,พัทลุง,โรงการ,ยู่ประมาณตันละ 7,000–8,000 บาท
“ตอนนี้ชาวนาพัทลุงและสงขลาหันมาปลูกข้าวในรอบปีถึง 3 ครั้ง ภายใน 3 เดือน สามารถเก็บเกี่ยว 1 ครั้ง มูลเหตุจูงใจเพราะโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลให้ราคาสูง ส่วนชาวนาที่เคยปลูกข้าวสังข์หยดบางรายก็พากันเลิกชั่วคราว เนื่องจากต้องใช้เวลาปลูกนานกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ไม่เหมือนปลูกข้าวพันธุ์” นายจักรกฤษณ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การปลูกข้าวสังข์หยดระบบจีไอ ใช้สารอินทรีย์ชีวภาพในการผลิตข้าวเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และดำเนินการอย่างยั่งยืน สำหรับราคาก็ยังเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1.8–2 หมื่นบาท/ตัน
ด้านนายนพพร ไพจิตร เจ้าของที่นาและผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ตรา 5 ดาว อ.ระโนด จ.สงขลา กล่าวว่า ตอนนี้นาร้างที่เคยถูกปล่อยทิ้งไว้ ต่างได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาทำกันใหม่เกือบหมดแล้ว ภายหลังที่ปล่อยไว้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ เนื่องจากมูลเหตุจูงใจจากราคาโครงการรับจำนำของรัฐบาลให้ราคาสูงนั่นเอง โดยพื้นที่สงขลาทำนาได้ปีละ 5 ครั้ง ซึ่งมีพื้นที่ทั้งสิ้นกว่า 4 แสนไร่







