
โต้งจำใจหั่นเป้าส่งออก
กิตติรัตน์ จำใจหั่นลดเป้าส่งออกเหลือ 9% แต่ยังมั่นใจเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัว 7%
กิตติรัตน์ จำใจหั่นลดเป้าส่งออกเหลือ 9% แต่ยังมั่นใจเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัว 7%
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายการส่งออกปีนี้ไว้ที่ 15% แต่การส่งออกอาจจะขยายตัวลดลงเหลือ 9% เชื่อว่าการส่งออกไตรมาส 3 และ 4 จะปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสแรกที่ติดลบ 4% และไตรมาส 2 ที่ติดลบ 0.4% สาเหตุที่ทำให้การส่งออกไทยหดตัวไม่ใช่มาจากอุปสงค์ที่ลดลง แต่มาจากความสามารถในการผลิตของไทยหลังน้ำท่วมฟื้นตัวไม่ทันกับความต้องการสินค้าในตลาดโลก
อย่างไรก็ดี แม้การส่งออกจะขยายตัวในอัตราที่ลดลง แต่ก็เชื่อมั่นว่าอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัวในอัตรา 7% โดยการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศจะเป็นตัวขับเคลื่อนแทนการส่งออก
“เราได้ปรับสมดุลเศรษฐกิจ โดยไม่พึ่งการส่งออกมากนัก เห็นได้จากไตรมาส 1 และ 2 ที่แม้ว่าเรา ส่งออกติดลบ แต่เศรษฐกิจไตรมาส 2 ยังขยายตัวได้ 4.2% และทั้งปีสศช.คาดว่าจีดีพีจะโตได้ 5.56% ขณะที่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลยังคงมุ่งมั่นผลักดันให้เศรษฐกิจโตตามที่เราตั้งเป้าไว้ที่ 7% และเป็นการเติบโตที่มั่นคง มีเสถียรภาพ” นายกิตติรัตน์ กล่าว
ปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวจะมาจากการใช้จ่ายของภาครัฐ การสร้างบรรยากาศการการลงทุนที่ดีให้เอกชน และการดูแลกำลังซื้อของคนในประเทศ และได้สั่งการให้ทุกส่วนราชการทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างรอไว้ก่อน เมื่อ พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2556 ประกาศใช้จะได้ลงนามสัญญาได้ทันที
นายกิตติรัตน์ มั่นใจว่า การส่งออกไตรมาสที่ 3 และ 4 จะปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสที่ 1 ที่ติดลบ 4% และไตรมาส 2 ที่ติดลบ 0.4% โดยสาเหตุที่ทำให้การส่งออกไทยหดตัวไม่ใช่มาจากอุปสงค์ที่ลดลง แต่มาจากความสามารถในการผลิตของประเทศหลังน้ำท่วมฟื้นตัวไม่ทันกับความต้องการสินค้าในตลาดโลก
นายกิตติรัตน์ ระบุว่า นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ไม่ใช่การกระตุ้นเศรษฐกิจชั่วคราว แต่เป็นการสร้างกำลังซื้อให้คนในประเทศต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท
น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่าคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ขยายเวลาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่อัตราไม่เกิน 0.005 บาทต่อลิตรไปอีก 1 เดือน







