
"ฉลอง"ปัดข่มขู่หัวหน้าอุทยานฯ
"ฉลอง" ส.ส.เพื่อไทยปฏิเสธข่มขู่ อดีตหัวหน้าอุทยานฯเขาแหลม หลังคลิปเสียงโผล่ยูทูบ ท้าหากฟ้องมาจะฟ้องกลับ
"ฉลอง" ส.ส.เพื่อไทยปฏิเสธข่มขู่ อดีตหัวหน้าอุทยานฯเขาแหลม หลังคลิปเสียงโผล่ยูทูบ ท้าหากฟ้องมาจะฟ้องกลับ
นายฉลอง เรี่ยวแรง สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายนายเจริญ ใจชล อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ออกจากตำแหน่ง จากกรณีที่มีผู้เผยแพร่คลิปเสียงทางเว็บไซต์ยูทูบ ในชื่อ "นักการเมืองข่มขู่หัวหน้าเขาแหลม" เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นคลิปบันทึกเสียงการพูดคุยโทรศัพท์ระหว่างนายฉลองและนายเจริญในลักษณะข่มขู่ให้มีการโยกย้ายตำแหน่ง เนื่องจากมีความขัดแย้งระหว่างนายไพบูลย์เพื่อนของนายฉลองกับนายเจริญที่เกี่ยวกับการถือครองที่ดิน
นายฉลอง กล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นเสียงของตนเองจริง และรู้ด้วยว่านายเจริญตั้งใจอัดเทปไว้ แต่ขอชี้แจงว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นการพูดคุยไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างนายไพบูลย์กับนายเจริญ ซึ่งก่อนหน้านี้มีปัญหาถึงขั้นเกือบชกต่อยกันในงานศพ จึงเห็นว่าคนในพื้นที่เดียวกัน ไม่สมควรจะมาทะเลาะกัน ไม่ได้เป็นการข่มขู่ให้โยกย้ายตำเเหน่งแต่อย่างใด ส่วนที่ดิน 70 ไร่ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมนั้นเมื่อทราบว่าเป็นพื้นที่ของอุทยานก็ไม่แตะต้อง เพราะมีที่ดินจำนวนมากพอแล้ว
“นายไพบูลย์และนายเจริญขัดเเย้งเรื่องการบุกรุกที่ดิน แต่ที่ดินของนายไพบูลย์นั้นผ่านการตรวจสอบแล้วว่าถือครองถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีการนำภาพถ่ายทหารและภาพถ่ายทางอากาศส่งให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตรวจสอบแล้ว ซึ่งศาลก็เห็นว่าถูกต้อง อัยการก็สั่งไม่ฟ้อง แต่นายเจริญซึ่งเป็นข้าราชการกลับมารังแกชาวบ้าน” นายฉลองกล่าว
ส่วนคลิปเสียงที่ระบุในทำนองว่าสามารถประสานให้นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้โทรเคลียร์ได้ และมี สส.นนทบุรีถึง 7 คนสามารถจัดตำแหน่งได้นั้น นายฉลองปฏิเสธว่าไม่ได้พูดว่ามี ส.ส.สามารถจัดตำแหน่งใด ๆ เพราะถ้าจัดได้จริง คงได้โควตาตำแหน่งในส่วน ส.ส.ของนนทบุรีไปแล้ว แต่กรณีดังกล่าวนายเจริญพูดคุยมาเชิงนักเลง จึงตอบโต้เชิงนักเลงกลับไปเท่านั้น และคงไม่ต้องไปชี้แจงกับนายปรีชา เนื่องจากนายปรีชาน่าจะเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
นายฉลอง กล่าวอีกว่า หากนายเจริญต้องการฟ้องดำเนินคดีก็สามารถฟ้องได้โดยกล่าวหาได้เลยว่า สส.เข้าไปล้วงลูกข้าราชการ แต่จะดำเนินการฟ้องกลับเช่นกัน เพราะมีหลักฐานจำนวนมากที่ชี้ว่านายเจริญไปรังแกชาวบ้านก่อน อย่างไรก็ตามไม่กังวลว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบบานปลายไปถึงพรรคเพื่อไทยและเปิดช่องให้ฝ่ายค้านหยิบมาโจมตี เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว และไม่เกี่ยวข้องกับพรรค







