posttoday
ช่วยกรีซ...ช่วยยุโรป งานนี้ถ้าไม่อุ้ม ก็ล้มกันทั้งกระดาน

ช่วยกรีซ...ช่วยยุโรป งานนี้ถ้าไม่อุ้ม ก็ล้มกันทั้งกระดาน

18 มีนาคม 2553

 

 

โดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

แม้นายกรัฐมนตรี จอร์จ ปาปันดริอู ของกรีซ จะประกาศว่าไม่ต้องการขอรับเงินกู้ช่วยเหลือจาก 16 ประเทศยูโรโซน หากรับก็ขอแค่น้ำใจความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทางการเมืองของยุโรปเท่านั้น ทว่ายูโรโซนก็ไม่สน จนในที่สุดก็ได้ตกลงที่จะเข้าให้ความช่วยเหลือกรีซอย่างแน่นอนแล้ว

หลายฝ่ายอาจสงสัยว่า เหตุใดวิกฤตการณ์หนี้ของกรีซจึงยืดเยื้อมานานถึง 5 เดือน และเหตุใดยูโรโซนจึงต้องโดดมาช่วยกรีซ ทั้งที่รัฐบาลกรุงเอเธนส์เขาประกาศว่าไม่อยากได้

งานนี้อาจมองอย่างง่ายๆ ได้ว่า ที่ช่วยนั้นไม่ได้เพื่อช่วยกรีซเป็นหลัก แต่เพื่อช่วยยูโรโซนทั้ง 16 ประเทศ จากภาวะไร้เสถียรภาพของค่าเงินยูโร ที่จะส่งผลกระทบวงกว้างต่อไปอีกถึงสหภาพยุโรป (อียู) 27 ประเทศ

เพราะเมื่อพิเคราะห์ถึงเงื่อนไขต่างๆ แล้วบอกได้เลยว่า “เป็นไปไม่ได้” ที่กรีซจะแก้ปัญหาได้เองโดยไม่รับความช่วยเหลือจากอียูหรือจากใคร นักวิเคราะห์บางรายถึงกับใช้สำนวนแบบกรีกว่า Sisyphean Task หรือภารกิจที่ไม่มีวันสำเร็จ ด้วยซ้ำ

ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างเชื่อเป็นทุนเดิมอยู่แล้วว่า กลุ่มประเทศยูโรโซนที่ใช้เงินยูโรร่วมกัน 16 ประเทศ จะต้องยื่นมือเข้ามาช่วยกรีซอย่างแน่นอน เพื่อให้ความเสียหายจำกัดวงอยู่น้อยที่สุด เพียงแต่ประเด็นสำคัญคือจะเป็นช่วงเวลาใดเท่านั้น

ต้องเข้าใจก่อนสักเล็กน้อยว่าสถานการณ์ระหว่างกรีซยูโรโซนในวันนี้ ด้านหนึ่งเหมือนเกมยื้อเวลากันไปมา

การปฏิเสธเงินกู้ฉุกเฉินของกรีซไม่ใช่เพราะไม่ต้องการเงินช่วยเหลือ แต่เป็นเพราะกรีซไม่ต้องการแบกรับดอกเบี้ยสูงระดับ 6–6.5% ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ซึ่งกรีซนั้นเปิดเผยว่าต้องการขอกู้ในแบบปกติของยูโรโซนมากกว่า

จากภาวะหนี้สินราว 2.72 แสนล้านยูโร ในปี 2552 นั้น รัฐบาลกรุงเอเธนส์ต้องการขอกู้เป็นจำนวนเงิน 5.3 หมื่นล้านยูโร ในปีนี้ เพื่อนำเงินส่วนใหญ่มาหมุนใช้หนี้งวดแรกก่อนราว 2 หมื่นล้านยูโร ในเดือน เม.ย. และ พ.ค. ที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ตาม การขอเงินกู้จากยูโรโซนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นเดียวกัน เพราะบรรดาประเทศใหญ่ในยุโรป เช่น เยอรมนีนั้น ได้ชื่อว่ามีวินัยทางการเงินการคลังที่เคร่งครัดมาก การจะปล่อยกู้เพื่ออุ้มกรีซนั้น จึงต้องวางเงื่อนไขเหล็กให้กรีซทำตาม ด้วยการปรับวินัยทางการเงินการคลังให้เข้มงวดมากขึ้นด้วย อาทิ ตัดลดงบประมาณรายจ่าย ขึ้นภาษี และปรับปรุงระบบตรวจสอบบัญชีให้ถูกต้องรัดกุมมากขึ้น หลังจากที่ฉุดขาดกันไปก่อนหน้านี้เพราะพบว่ารัฐบาลกรีซมีการตบแต่งบัญชี

แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำกันง่ายๆ และกรีซก็เผชิญปัญหาที่เห็นได้อย่างชัดเจนแล้วคือ การเดินขบวนประท้วงครั้งใหญ่ของทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อต่อต้านการตัดลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลและการขึ้นภาษี ซึ่งมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“คุณไม่มีทางดำเนินมาตรการลดขาดดุลงบประมาณ ด้วยการขอให้ประชาชนเสียสละและลดเงินเดือน เพียงเพราะคุณนำเงินที่ประหยัดได้ไปจ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้น” ไมเคิล มาสซูราคิส นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารอัลฟา แบงก์ เปิดเผยกับรอยเตอร์ส

ทางที่กรีซเลือกจึงเป็นการยื้อเวลาเอาไว้ เพราะยังมีตัวประกันที่สำคัญอย่างสกุลเงินยูโรเอาไว้ และรู้ดีว่าอย่างไรเสีย ยูโรโซนหรืออาจรวมถึงอียู ก็ต้องเข้ามาช่วยให้กรีซล้มบนฟูก เพื่อให้ความเสียหายต่อสกุลเงินยูโรจำกัดวงมากที่สุด

จากที่เคยเคลื่อนไหวในระดับ 1 ยูโร ต่อ 1.5 เหรียญสหรัฐ เมื่อเดือน พ.ย. 2552 มาวันนี้ยูโรได้อ่อนค่าลงฮวบฮาบมาอยู่ที่ราว 1.37 เหรียญสหรัฐต่อยูโร แม้ยูโรอ่อนจะเป็นผลดีในแง่ส่งออกได้มากขึ้น ทั้งรถ เครื่องจักร และเบียร์ อีกทั้งยังช่วยลดปัญหางบประมาณขาดดุลการค้าไปในตัว

ทว่ายูโรที่อ่อนลงในยามวิกฤตการณ์หนี้ยุโรปวันนี้ กลับเป็นผลร้ายฉุดความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในกลุ่มยูโรโซนลงมากกว่า และทำให้ราคาสินค้านำเข้าที่จำเป็นในรูปเงินเหรียญสหรัฐอย่าง น้ำมันและวัตถุดิบแพงขึ้นมากด้วย

และนอกเหนือจากตัวประกันอย่างเงินยูโรแล้ว หลายฝ่ายยังเห็นพ้องกันว่า หากปล่อยให้กรีซต้องเผชิญกับปัญหาเบี้ยวชำระหนี้ ปัญหาจะยิ่งบานปลายไปสู่อีกหลายประเทศยุโรป อาทิ โปรตุเกส และสเปน และคราวนี้ก็จะกลายเป็นปัญหาความเชื่อมั่นในภาครวมของยูโรโซน ที่ยากจะจำกัดวงกันได้ง่ายๆ จึงเห็นได้ชัดว่าเหตุใดยูโรโซน จึงไม่สามารถปล่อยกรีซโดยไม่ยื่นมือเข้าช่วย

ดังนั้น ปัญหาที่เหลืออยู่ชัดเจนที่สุดในวันนี้จึงไม่ใช่กรีซ แต่เป็นปัญหาที่ว่ายูโรโซนจะเข้ามาช่วยกรีซได้อย่างไร และเมื่อใด หลังจากที่แทงกั๊กกันมานานตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

ในเบื้องต้นนั้น ที่ประชุมตกลงเพียงว่าจะช่วยแน่แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด เพราะยังต้องรอการประชุมผู้นำอียูระหว่างวันที่ 25–26 มี.ค. นี้ ว่าจะให้การช่วยเหลือในแบบเงินกู้ หรือกลไกอื่นๆ

กรีซนั้นต้องการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ แต่หลายประเทศคัดค้านเพราะเห็นว่าสบายเกินไป โดยเฉพาะเยอรมนีที่มีวินัยการคลังเคร่งครัด ประชาชนเยอรมันจะต้องคัดค้านตามมาอย่างแน่นอน หากเข้าไปอุ้มกรีซที่ก่อปัญหาขึ้นมาเองจากการใช้จ่ายเกินตัว และไม่มีวินัยการคลัง

เพราะต้องไม่ลืมว่าแม้ประเทศใหญ่ๆ ในยุโรปอย่าง เยอรมนีและฝรั่งเศส ก็เพิ่งจะฟื้นตัวจากวิกฤตถดถอย และยังมีประชาชนที่ว่างงานอยู่เป็นจำนวนมาก แทนที่กรีซจะรับผลกรรม กลายเป็นยุโรปต้องควักเงินมาอุ้มเสียอย่างนั้น นอกจากนี้ ยังจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อประเทศอื่นๆ ตามมาด้วย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใด ยูโรโซนจึงยังไม่สามารถแพลมรายละเอียดให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างได้แม้แต่น้อย

ผลประชุมปลายเดือนนี้คงเป็นเครื่องวัดใจยุโรปได้อย่างดีว่า จะยอมเสียหลักการที่เคร่งมาตลอดเพื่ออุ้มโดมิโนกระดานนี้ อย่างไร

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์