
ร่างพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา
ปัจจุบันนี้การใช้สารต้องห้ามในวงการกีฬาโลกถือเป็นปัญหาใหญ่ และมีผลร้ายต่อวงการกีฬาเป็นอย่างมาก
โดย...อนุรักษ์ นิยมเวช
ปัจจุบันนี้การใช้สารต้องห้ามในวงการกีฬาโลกถือเป็นปัญหาใหญ่ และมีผลร้ายต่อวงการกีฬาเป็นอย่างมาก องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (World Anti-Doping Agency หรือ “WADA”) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่องค์กรนานาชาติยอมรับในมาตรฐานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา
ไทยที่จำต้องมีองค์กรซึ่งกำกับและดูแลปัญหานี้โดยเฉพาะ จึงจำเป็นต้องออกเป็นกฎหมายดังกล่าว เพราะปัจจุบันที่การกีฬาแห่งประเทศไทยได้ตรวจหาสารต้องห้ามนั้นครอบคลุมเพียงแค่สมาคมกีฬา และเกมของการกีฬาแห่งประเทศไทยเอง ซึ่งมีเพียงกีฬาแห่งชาติ หรือเยาวชนแห่งชาติเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วควรจะมีขอบเขตบังคับใช้ทั้งในระดับทีมชาติ กีฬาแห่งชาติ กีฬาเยาวชน กีฬามหาวิทยาลัย กีฬานักเรียน และกีฬาอาชีพ
หากไม่ดำเนินการตามนโยบายขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee หรือ “IOC”) อาจตัดไทยออกจากการเป็นสมาชิก และหากประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง ในโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ เมืองรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ในปี 2016 นักกีฬาจากประเทศไทยอาจจะถูกตัดสิทธิการร่วมแข่งขัน
ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาได้ผ่านวาระที่สามของวุฒิสภาแล้ว เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2555 โดยร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว มีสาระสำคัญอันประกอบไปด้วย
มาตรา 3 ได้กำหนดบทนิยามศัพท์ของ “สารต้องห้าม” ซึ่งให้ความหมายว่า สารที่นำเข้าสู่ร่างกายแล้วทำให้ได้เปรียบทางการกีฬา ทั้งนี้ตามรายชื่อที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา
ทั้งนี้ ยังมีบทนิยามศัพท์ของ “นักกีฬา” ที่มีความหมายว่า ผู้ซึ่งเป็นสมาชิกหรือขึ้นทะเบียนไว้กับสมาคมกีฬา และผู้เข้าแข่งขันกีฬาในนามของสมาคมกีฬาและเข้าแข่งขันกีฬา ในรายการแข่งขันที่สมาคมกีฬาให้การรับรอง
อีกทั้งได้กำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาตามมาตรา 5 อันประกอบไปด้วย กรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาจำนวน 3 คนด้วย
นอกจากนั้นแล้ว ในมาตรา 9 ได้กำหนดขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและควบคุมดูแลโดยทั่วไปในการดำเนินการของสำนักงาน เสนอแนะรัฐมนตรีในการกำหนดรายชื่อของสารต้องห้าม ส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับสารต้องห้ามโดยการจัดอบรม บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬาและบุคคลอื่นซึ่งเกี่ยวข้องกับการกีฬา ให้ออกข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศเพื่อปฏิบัติการอื่นใดให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
นอกจากนั้น ยังมีคณะกรรมการเฉพาะเรื่องอันได้แก่ คณะกรรมการการแพทย์ ซึ่งแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพด้านเวชกรรม และผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพด้านเภสัชกรรม
คณะกรรมการพิจารณาโทษและคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพด้านการแพทย์ ด้านกฎหมายและด้านกีฬา ซึ่งคณะกรรมการเฉพาะเรื่องทั้ง 3 ด้านนี้แต่งตั้งโดยคณะกรรมการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา เพื่อปฏิบัติภารกิจเฉพาะด้านอีกด้วย
ในวาระสามนี้ วุฒิสภาได้มีความเห็นชอบในการแก้ไขมาตรา 7 วรรคสี่ โดยได้กำหนดให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการพิจารณาโทษ และกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ จะเป็นกรรมการอื่นในคราวเดียวกันไม่ได้ และตามมาตรา 13 ได้กำหนดให้คณะกรรมการเฉพาะเรื่องมีอำนาจ
สั่งให้นักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนทางการกีฬา หรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องส่งสารต้องห้าม วัตถุ เอกสาร หลักฐานหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตรวจหาสารต้องห้ามได้ในการนี้จะเรียกนักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรือบุคคลผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงด้วยวาจาก็ได้
และทั้งนี้มีอำนาจหน้าที่ตามที่คณะกรรมการหรือคณะกรรมการเฉพาะเรื่องมอบหมายก็ได้
ในมาตรา 18 ได้กำหนดให้จัดตั้งสำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาเป็นหน่วยงานในการกีฬาแห่งประเทศไทย และให้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับควบคุมตรวจสอบการใช้สารต้องห้ามตามข้อบังคับระเบียบ หรือประกาศที่คณะกรรมการกำหนด อีกทั้งมีหน้าที่ต้องให้บริการทางวิชาการ ส่งเสริม และสนับสนุนด้านวิชาการ การประกันคุณภาพของกระบวนการควบคุมการใช้สารต้องห้าม การวิจัยและพัฒนาและป้องกันการควมคุมการใช้สารต้องห้าม โดยสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่นักกีฬาและประชาชน รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือในการป้องกันการใช้สารต้องห้ามทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ ตลอดจนประสานงานกับองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามระดับสากลเพื่อรวบรวมและปรับปรุงข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สารต้องห้ามให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
การควบคุมการใช้สารต้องห้ามนี้ ได้กำหนดให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดรายชื่อสารต้องห้าม โดยคำแนะนำของคณะกรรมการ และเมื่อรัฐมนตรีได้ประกาศให้สารใดเป็นสารต้องห้ามแล้ว ให้คณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดระดับประเภท ชนิดกีฬา และการแข่งขันกีฬาที่ควบคุมการใช้สารต้องห้ามในการแข่งขันกีฬาหรือนอกการแข่งขันกีฬาได้อีกด้วย
ในมาตรา 18 (6) ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติให้จัดให้มีการประชาสัมพันธ์ข่าวสารและกิจกรรมเกี่ยวกับสารต้องห้ามในการสร้างความรู้ความเข้าใจต่อนักกีฬาและประชาชนทั่วไปอีกด้วย
นอกจากนี้ ได้กำหนดการกระทำอันเป็นการต้องห้ามสำหรับนักกีฬา โดยห้ามนักกีฬาใช้สารต้องห้าม ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนให้ขนส่ง หรือครอบครองสารต้องห้ามไม่ว่าเพื่อตนเองหรือนักกีฬาอื่น จูงใจ ชักนำ ยุยง แนะนำ ส่งเสริม สนับสนุน ใช้อุบาย หลอกลวงหรือขู่เข็ญให้นักกีฬาอื่นใช้สารต้องห้าม ยักย้าย ทำให้เสียหาย หรือทำลายเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวกับการตรวจสารต้องห้าม และกำหนดกระบวนการในการตรวจสารต้องห้าม การขออนุญาตใช้สารต้องห้ามเพื่อการรักษา การพิจารณาโทษและการอุทธรณ์การลงโทษตามมาตรา 22
ส่วนการกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการมีอำนาจเข้าไปเก็บตัวอย่างเพื่อการตรวจหาสารต้องห้ามในสถานที่ใดๆ ที่นักกีฬาอยู่ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก และหากเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือ หรือส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสารต้องห้ามมาเพื่อตรวจสอบหรือประกอบการพิจารณา ต้องทำเป็นหนังสือ อีกทั้งในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วยตามมาตรา 30 และตามมาตรา 31 นักกีฬา บุคคลผู้สนับสนุนการกีฬาหรือสมาคมกีฬามีหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจปฏิบัติการ
ทั้งนี้ ได้กำหนดให้การปฏิบัติการตามหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาตามมาตรา 32 อีกด้วย
ในส่วนของบทกำหนดโทษเมื่อมีการฝ่าฝืนการกระทำอันเป็นการต้องห้ามสำหรับนักกีฬาและการฝ่าฝืนการกระทำอันเป็นการต้องห้ามสำหรับบุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา กล่าวคือ มาตรา 33 ได้กำหนดโทษสำหรับนักกีฬา โดยห้ามนักกีฬาใช้สารต้องห้าม ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน ให้ ขนส่ง หรือครอบครองสารต้องห้ามไม่ว่าเพื่อตนเองหรือนักกีฬาอื่น จูงใจ ชักนำ ยุยง แนะนำ ส่งเสริม สนับสนุน ใช้อุบายหลอกลวงหรือขู่เข็ญให้นักกีฬาอื่นใช้สารต้องห้าม ยักย้าย ทำให้เสียหาย หรือทำลายเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวกับการตรวจสารต้องห้าม ซึ่งมีการกำหนดโทษไว้คือ การตัดสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการพิจารณาโทษกำหนดและการตัดสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทุกรายการตลอดชีวิต
ในมาตรา 34 ได้กำหนดโทษสำหรับการฝ่าฝืนการกระทำอันเป็นการต้องห้ามสำหรับบุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬาในทำนองเดียวกันกับนักกีฬา แต่อย่างไรก็ตาม หากคณะกรรมการพิจารณาโทษเห็นว่า การฝ่าฝืนดังกล่าวไม่ได้ร้ายแรงจะไม่ลงโทษและภาคทัณฑ์หรือว่ากล่าวตักเตือนแทนก็ได้ แต่อย่างไรก็ดีเป็นที่น่าเสียดายว่าในร่างพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาที่ผ่านวาระสามของวุฒิสภานี้ ไม่ได้ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งนักกีฬาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้วยจำนวน 2 คน เพื่อจะได้ให้นักกีฬาเข้ามามีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการ และทั้งนี้ผู้เขียนมีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าการกำหนดถึงคุณสมบัติของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินี้ เห็นว่าควรจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามต้องไม่เป็นบุคคลได้รับโทษตามมาตรา 33 หรือมาตรา 34 อีกด้วย
ด้วยเหตุนี้เมื่อกีฬาเป็นกิจกรรมทางเลือกให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปห่างไกลจากยาเสพติดและนักกีฬาสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีต่อการปฏิบัติตนของเยาวชน จึงไม่ควรใช้สารต้องห้าม ควรมุ่งได้ชัยชนะด้วยความสามารถ ความอดทนฝึกซ้อม การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนที่เพียงพอ ละการมีสมาธิเพื่อได้มาซึ่งชัยชนะด้วยความบริสุทธิ์และยุติธรรม







