posttoday
ประชานิยม

ประชานิยม

21 สิงหาคม 2555

ปกติผมเป็นคนที่ไม่นิยมและไม่สนับสนุนนโยบายประชานิยม ไม่ว่าจะเป็นนโยบายประชานิยมของรัฐบาลไหนก็ตาม

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

ปกติผมเป็นคนที่ไม่นิยมและไม่สนับสนุนนโยบายประชานิยม ไม่ว่าจะเป็นนโยบายประชานิยมของรัฐบาลไหนก็ตาม ยกเว้นนโยบายที่ให้ประโยชน์แก่ส่วนรวม เช่น นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค หรือนโยบายที่ส่งถึงคนที่มีรายได้น้อยโดยตรง เช่น นโยบายให้โดยสารรถเมล์ (ร้อน) หรือรถไฟฟรีอะไรทำนองนี้ ซึ่งเป็นนโยบายที่ไม่บิดเบือนระบบเศรษฐกิจในภาพรวม และไม่ก่อความเสียหายเชิงซ้อนแก่ผู้เสียภาษีอากร นอกเหนือจากงบประมาณที่ใช้เพื่อดำเนินนโยบาย

อย่างไรก็ตาม วันนี้อยากเสนอนโยบายประชานิยมให้รัฐบาลลองพิจารณาจัดทำเพิ่มเติมสักโครงการหนึ่ง ได้แก่ โครงการฝึกหัดช่างฝีมือสำหรับงานก่อสร้าง เช่น ช่างปูน ช่างไม้ ช่างกระเบื้อง ช่างซ่อมสุขภัณฑ์ ช่างเชื่อม และช่างอ๊อก เป็นต้น

จริงอยู่ มีการจัดฝึกอบรมช่างฝีมือเพื่อส่งไปทำงานในต่างประเทศอยู่แล้ว แต่อาจจัดทำในวงจำกัด ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนช่างฝีมือ ทั้งๆ ที่ตัวเลขล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยพบว่า เมื่อสิ้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มีผู้ว่างงานสูงถึง 3.77 แสนคน ไม่นับผู้ว่างงานแฝงประเภทรองานใหม่หรือผู้ที่มีงานทำบ้างแต่ไม่เต็มเวลา ซึ่งตัวเลขผู้ว่างงานนี้เพิ่มขึ้นจากระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนประมาณ 9.2 หมื่นคน และที่น่าสังเกตก็คือ ผู้ที่ว่างงานกลุ่มใหญ่ที่สุดกลับกลายเป็นผู้ที่มีการศึกษาระดับอุดมศึกษา มีจำนวนถึงประมาณ 1.47 แสนคน คิดเป็นเกือบร้อยละ 40 ของผู้ว่างงานทั้งหมด

สาเหตุที่เสนอให้รัฐบาลจัดทำโครงการส่งเสริมให้ผลิตช่างฝีมือระดับชาติ เพราะเดี๋ยวนี้ในหมู่บ้านที่ผมอยู่อาศัยซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่และหมู่บ้านใกล้เคียงที่ผมมีโอกาสวิ่งเล่นในรัศมีประมาณ 10 กิโลเมตร จากบ้านผม มีโครงการก่อสร้างบ้านพักอาศัยบ้าง สำนักงานบ้าง ก่อสร้างทิ้งค้างไว้หลายโครงการ บางโครงการผมผ่านไปผ่านมา เห็นทิ้งค้างไว้เป็นปียังก่อสร้างไม่เสร็จ จนลวดเหล็กที่ผูกไว้สนิมขึ้นเกรอะกรัง บางแห่งขึ้นป้ายรับสมัครช่างปูนช่างไม้หราหน้าโครงการ แต่ไม่เห็นมีใครทำงานอยู่ในไซต์งาน ทำให้ผมนึกสงสัยเป็นกำลังว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมโครงการเหล่านี้ถึงไม่มีใครทำให้เสร็จๆ ไปเสียที เพราะเป็นแค่โครงการเล็กๆ ไม่ใช่โครงการอภิมหาโปรเจ็กต์อย่างโครงการของรัฐบาล

เผอิญเมื่อวันหยุดยาวสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสขี่จักรยานสำรวจหมู่บ้าน ไปพบผู้รับเหมาก่อสร้างที่รู้จักกันคนหนึ่ง เลยลองสอบถามปัญหาคาใจดูว่าทำไมถึงมีโครงการก่อสร้างค้างคาอยู่ในหมู่บ้านมากมายหลายโครงการ ทำไมถึงไม่มีใครทำให้เสร็จๆ ไปเสียที

พอได้รับคำตอบผมยิ่งแปลกใจ เพราะเดิมคิดว่าสาเหตุที่ทำให้โครงการเหล่านี้ไม่เสร็จ คงเพราะถ้าไม่ใช่ผู้ว่าจ้างเบี้ยวค่าก่อสร้าง ก็คงเป็นเพราะผู้รับเหมาก่อสร้างขาดทุนทิ้งงาน

แต่คำตอบที่ได้รับคือ โครงการเหล่านี้สร้างไม่รู้จักเสร็จ ไม่ใช่เพราะใครเบี้ยวใครอย่างที่ผมคิด แต่เกิดจากการขาดแคลนช่างฝีมือที่จะเข้ามาทำงานต่อให้แล้วเสร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขาดแคลนช่างปูนที่มีฝีมือสามารถจับเซี้ยมหรือตะเข็บให้ฉาบปูนต่อได้

ถามไปถามมาถึงสาเหตุที่ทำให้ขาดแคลนช่างฝีมือในงานก่อสร้าง ทั้งๆ ที่มีคนว่างงานอยู่มากมาย และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเพราะเศรษฐกิจโลกถดถอย ก็ได้ความว่าปัจจุบันผู้รับเหมาไม่สามารถออกไปชักชวนคนงานที่มีฝีมือในต่างจังหวัดให้เข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร (กทม.) เหมือนในอดีต เพราะเดี๋ยวนี้ในต่างจังหวัดมีโครงการก่อสร้างบ้านพัก ตึกแถว และอาคารสำนักงานผุดขึ้นมาให้ทำมากมาย ทำให้ช่างฝีมือซึ่งส่วนมากมักจะฝึกงานกันเองในท้องถิ่นจากการเป็นลูกมือหรือกรรมกรในไซต์งาน เลือกที่จะทำงานในจังหวัดบ้านเกิด แม้ว่าจะได้รับเงินค่าจ้างต่ำกว่าการเข้ามาทำงานใน กทม. 5060 บาทต่อวัน แต่ไม่ต้องทิ้งบ้านทิ้งช่องทิ้งลูกทิ้งเมียเข้ามาทำงาน ประกอบกับค่าครองชีพพื้นฐานในต่างจังหวัดยังต่ำกว่าค่าครองชีพใน กทม.

สำหรับสาเหตุนี้ผมฟังแล้วคิดว่าเป็นเหตุผลแง่บวกมากกว่าแง่ลบ ว่าไปแล้วควรสนับสนุนมากกว่าการมองว่าเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดการขาดแคลนช่างฝีมือในเมืองใหญ่ๆ และพยายามแก้ไขปัญหาโดยการดึงช่างฝีมือจากต่างจังหวัดเข้ามาทำงานใน กทม.อย่างเช่นที่เคยเป็นมาด้วยซ้ำไป

ทีนี้ก็เกิดปัญหาที่จะต้องตอบคือ ถ้าไม่สนับสนุนให้ช่างฝีมือย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำงานใน กทม.แล้ว จะแก้ไขปัญหาขาดแคลนช่างฝีมือใน กทม.อย่างไร

คำตอบของผู้รับเหมารายนี้ ซึ่งบอกผมว่าเป็นคำตอบของผู้รับเหมารายเล็กๆ ทั่วไปคือ ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรเหมือนกัน เพราะถ้าทราบคงไม่เกิดปัญหาที่ทำให้งบก่อสร้างถูกทิ้งคาราคาซังไว้ เพราะไม่มีช่างเข้ามาทำงาน

ผมเกิดไอเดียบรรเจิดตามประสาคนที่เคยเป็นผู้บริหารระดับนายทุน ว่า ทำไมไม่พยายามแก้ไขปัญหาโดยฝึกอบรมช่างฝีมือขึ้นมาใช้เอง เพราะยังมีคนว่างงานอีกมากมายในประเทศนี้ แกบอกว่าไม่ใช่ไม่พยายาม แต่ไม่มีเงินที่จะพยายาม ครั้นจะฝึกคนงานที่ไซต์งาน เจ้าของงานก็ไม่ยอมให้เอาเด็กฝึกงานเข้าไปทำงานให้ในฐานะช่าง นอกจากจะเอาเข้าไปทำงานเป็นกรรมกรแบกหามอิฐ หิน ปูน ทราย ไปตามเรื่อง ยิ่งเรื่องการฝึกคนงานขึ้นมาใช้เอง นอกจากไม่มีทุนแล้ว ยังไม่มีเวลาบริหารจัดการ ไม่มีครูฝึกสอนช่างฝีมือ อีกทั้งถ้าฝึกออกมาพอถือค้อนตอกตะปูให้จมไปในเนื้อไม้หรือฉาบปูนได้ ก็จะถูกผู้รับเหมาคนอื่นดึงตัวไปทำงานด้วยในฐานะช่างไม้ช่างปูนแล้ว ไม่ต้องรอให้มีฝีมือจริงๆ เสียก่อน

เผอิญผมพอทราบว่า ในสถาบันการศึกษาหลายแห่งที่เปิดสอนวิชาชีพประเภท ปวช.หรือ ปวส.ก็มีการสอนหลักสูตรช่างฝีมือประเภทนี้ ทำไมผู้รับเหมาก่อสร้างถึงไม่จ้างผู้ที่จบการศึกษาระดับนี้ออกมาทำงานด้วย

คำตอบที่ได้รับคือ ผู้ที่จบการศึกษาได้รับวุฒิระดับนี้มักไม่นิยมประกอบอาชีพเป็นช่างฝีมือ เพราะเป็นงานหนักรายได้น้อย แต่มักจะเข้าไปทำงานนั่งโต๊ะเป็นผู้คุมงานในบริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ เพราะรายได้สูงกว่าและมีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงาน ประกอบกับหลักสูตรที่เปิดสอนมักจะเน้นการสอนภาคทฤษฎี ถ้าจะมาทำงานเป็นช่างฝีมือจริงๆ ก็ต้องฝึกสอนใหม่อยู่ดี

มาถึงตรงนี้ผมถึงพอเข้าใจว่า ทำไมผู้รับเหมาก่อสร้างถึงแก้ไขปัญหาขาดแคลนช่างฝีมือโดยการหยุดๆ ทำๆ งานที่รับไว้ เมื่อไรมีคนงานก็เข้ามาทำงานต่อจากที่ทำค้างไว้ เมื่อไรคนงานกลับบ้านหรือหนีไปทำงานที่อื่นก็ต้องหยุดงานไปก่อนเพราะไม่มีทางเลือก ส่วนเจ้าของงานก็ตกอยู่ในฐานะจำยอม เพราะไม่สามารถหาผู้รับเหมารายอื่นเข้ามาทำงานแทน หรือหามาได้ ก็อาจเจอปัญหาเดิม จึงเกิดภาพที่เห็นอยู่คืองานก่อสร้างที่เสร็จครึ่งๆ กลางๆ อย่างที่เล่าให้ฟัง

ผมว่าอีกหน่อยปัญหานี้จะยิ่งลุกลามขยายตัว ถ้าช่างฝีมือเหล่านี้สามารถเคลื่อนย้ายไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้านที่จ่ายค่าแรงสูงกว่า เพราะช่างฝีมือไทยนั้นมักจะมีความสามารถรอบด้าน เป็นช่างไม้ก็ได้ ช่างปูนก็ได้ ซ่อมและติดตั้งสุขภัณฑ์ก็เป็น ทาสีก็ได้ ประเภทซื้อ 1 แถม 4 คนไทยที่อยากสร้างบ้านอาจต้องยอมจ้างช่างพม่าช่างเขมรเข้ามาปลูกบ้านให้แทนตามทฤษฎีโลกาภิวัตน์ พูดกันรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างก็ว่ากันไป เพราะไม่มีทางเลือก อย่างมากแค่ถูกคนงานต่างด้าวแทงตายหรือเอาค้อนทุบหัวตายเพราะพูดกันไม่รู้เรื่อง

มาถึงตรงนี้ กลับมาตรงที่พูดแต่แรกว่าอยากให้รัฐบาลเปิดหลักสูตรการฝึกอบรมช่างฝีมือด้านงานก่อสร้างขึ้นมาในระดับชาติ ใช้เวลาฝึกอบรมระหว่าง 36 เดือน เน้นการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ ไม่จำกัดคุณวุฒิการศึกษา เรียนฟรี และรัฐจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ในการเรียนการสอนให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมฟรีจนจบหลักสูตร เผลอๆ จัดอาหารกลางวันเลี้ยงผู้เข้ารับการอบรมสักมื้อหนึ่ง แค่นี้ก็ได้คะแนนเสียงตรึม ไม่ใช่ครับ...ขอโทษ...แค่นี้ก็แก้ปัญหาขาดแคลนช่างฝีมือและการว่างงานได้แล้ว แทนที่จะเอาเงินไปแจกชาวบ้านให้ไปใช้จ่ายสร้างความร่ำรวยให้นายทุน เมื่อเงินหมดชาวบ้านเป็นหนี้เพิ่มขึ้นและไม่ได้พัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

การใช้เงินแบบนี้นอกจากจะไม่สูญเปล่าแล้ว ยังอาจสร้างรายได้ให้ประเทศชาติได้ในอนาคต ถ้าทำดีๆ ค่อยๆ พัฒนาต่อยอดด้านวิชาการและภาษา เราอาจมีโอกาสส่งช่างฝีมือเข้าไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้านย่านอาเซียน ทำรายได้เข้าประเทศเป็นกอบเป็นกำเพิ่มเติมจากกลุ่มที่เข้าไปขุดทองอยู่แล้วในตะวันออกกลาง เกาหลี ญี่ปุ่น และไต้หวันก็ได้ ใครจะไปรู้

ใครอยู่ใกล้อาจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีศึกษาธิการ ช่วยกระซิบให้ท่านทราบด้วย เผื่อท่านเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาแล้วเอาไปทำขยายผล ก็น่าจะเป็นประโยชน์แก่คนว่างงาน คนที่อยากปลูกสร้างบ้านของตัวเอง และเศรษฐกิจของชาติในอนาคต ไหนๆ ท่านก็เป็นเจ้าตำรับประชานิยมคนหนึ่งอยู่แล้ว ลองทำอีกโครงการหนึ่งคงไม่เสียหายอะไร ผมเชียร์เต็มที่ครับ

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์