
สั่งย้าย10นักโทษคุกนครฯไปเขาบิน
ราชทัณฑ์สั่งย้ายนักโทษรายสำคัญ 10 คนจากคุกนครศรีธรรมราชไปขังที่เรือนจำเขาบิน ตัดวงจรสั่งยาเสพติดนอกเรือนจำ
ราชทัณฑ์สั่งย้ายนักโทษรายสำคัญ 10 คนจากคุกนครศรีธรรมราชไปขังที่เรือนจำเขาบิน ตัดวงจรสั่งยาเสพติดนอกเรือนจำ
นายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ได้หารือร่วมกับนายสุรพล แก้วภราดัย ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เห็นสมควรย้ายผู้ต้องขังรายสำคัญประมาณ 10-20 คน ไปคุมขังที่เรือนจำกลางเขาบิน จ.ราชบุรี เพื่อตัดวงจรการติดต่อสื่อสารกับภายนอก และจะร้องขอไปยังตำรวจตระเวนชายแดนให้ขยายการช่วยราชการที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราชออกไป เนื่องจากการตั้งจุดคุมเข้มบริเวณด้านหลังเรือนจำของตชด.ช่วยสกัดเส้นทางลำเลียงยาเสพติดและโทรศัพท์มือถือเข้าเรือนจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การขว้างปายาเสพติดและโทรศัพท์เข้าเรือนจำลงเป็นที่น่าพอใจ
นายโสภณ กล่าวอีกว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือนายออด แซ่ผั่ว ลูกจ้างประจำเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตเหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า เบื้องต้นน.ส.พรพิตร นรภูมิพิภัชน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์จะนำเงินช่วยเหลือจากชมรมแม่บ้านราชทัณฑ์จำนวน 50,000 บาท ไปมอบให้ครอบครัว หลังจากนั้นจะเสนอขอรับเงินช่วยเหลือจากเงินกองทุนสวัสดิการราชการ เนื่องจากเป็นการเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ คาดว่าจะได้รับเงินช่วยเหลือรวมไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท
นอกจากนี้จะทำหนังสือเวียนไปถึงเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศช่วยกันเรี่ยไรเงินช่วยเหลือครอบครัวนายออด เชื่อว่าจะได้เงินช่วยเหลือเพิ่มขึ้นอีกจำนวนหนึ่ง
สำหรับนายออดทำงานในตำแหน่งลูกจ้างประจำภายในสถานพยาบาลเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชมีหน้าที่ตรวจยาที่ญาตินำส่งให้กับผู้ป่วยตามใบสั่งแพทย์ ภายหลังเรือจำเข้มงวดกวดขั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดและโทรศัพท์มือถือทำให้คนร้ายมาติดต่อผ่านนายออด เพื่อให้ทำหน้าที่ลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามเข้าเรือนจำ โดยเสนอเงิน 200,000 บาท แต่นายออดไม่รับเงินและรายงานงานให้ผบ.เรือนจำรับทราบ ต่อมาวันที่ 30 ก.ค. เรือนจำได้ตรวจค้นญาติของผู้ต้องขังคดียาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งอยู่ในบัญชีดำต้องตรวจค้นอย่างละเอียด โดยตรวจค้นพบว่าญาตินำยาป้องกันเชื้อรามาฝากให้ผู้ต้องขังรายดังกล่าวจำนวน 2 หลอด แต่นายออดได้แกะหลอดยาตรวจพบภายในบรรจุยาไอซ์ 6.2 กรัม จึงได้แจ้งตำรวจดำเนินคดีกับญาติผู้ต้องขัง
"สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่นั้น ผมได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารเรือนจำตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา ให้เพิ่มความระมัดระวัง เพราะเมื่อเรือนจำมีนโยบายเข้มงวดจะทำให้ขัดผลประโยชน์ของนักค้ายาเสพติด เจ้าหน้าที่จะถูกคุกคามเพราะการทำสงครามกับยาเสพติดต้องมีความสูญเสียเกิดขึ้นบ้าง แต่การสูญเสียลักษณะนี้ผู้คนจะยกย่องชมเชยที่เราปฏิเสธเงินสินบน ซึ่งยังดีกว่าเราถูกจับได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำยาเสพติดและโทรศัพท์เข้าไปในเรือนจำ"นายโสภณ กล่าว







