
อุกฤษออกโรงหนุนประชามติแก้รธน.ยกเข่ง
คอ.นธ.แนะดึงรัฐธรรมนูญ 2517 เทียบรัฐธรรมนูญ 2550 ก่อนประชามติแก้ทั้งฉบับ
คอ.นธ.แนะดึงรัฐธรรมนูญ 2517 เทียบรัฐธรรมนูญ 2550 ก่อนประชามติแก้ทั้งฉบับ
นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เนื่องจากเป็นอุปสรรคต่อการปกครอง จึงเห็นควรให้แก้ไขทั้งฉบับ แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยก่อนหน้านี้แล้วว่ารัฐสภาไม่มีอำนาจ แต่ก็ได้ชี้ไว้ด้วยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับสามารถทำได้ โดยผ่านการทำประชามติ หลังจากนี้พรรคเพื่อไทยอาจทำประชามติเพื่อถามประชาชนว่าควรแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่
ประธาน คอ.นธ. กล่าวอีกว่า การทำประชามตินั้นต้องนำรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดเป็นตัวอย่างในการพิจารณา คือ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517 และรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 จากนั้นจึงนำส่วนอื่นเข้ามาเพิ่ม เช่น สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) หรือ สว.ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นต้น ส่วนองค์กรอิสระต่างๆ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องระบุที่มาให้ชัดเจน อาทิ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ไม่ใช่การสรรหาหรือถอดถอนจากเพียงบุคคลไม่กี่คน และต้องมีองค์กรอิสระอื่นที่มาจากการเลือกตั้งอีกด้วย โดยขณะนี้ทาง คอ.นธ.กำลังรวบรวมข้อสรุปจากการเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517 กับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 นำเสนอต่อรัฐบาลและสาธารณชนให้รับทราบ
นายอุกฤษ กล่าวว่า คอ.นธ.ไม่เห็นด้วยกับการออก พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ เนื่องจากยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างอยู่มากระหว่างสองฝ่ายที่เป็นคู่ขัดแย้งหลัก จึงไม่สามารถใช้กฎหมายบังคับให้ทุกคนมีความคิดและมีจุดหมายเดียวกันได้ ซึ่งรัฐบาลควรแก้ไขเฉพาะกฎหมายที่มีปัญหา เช่น รัฐธรรมนูญเท่านั้น ไม่ใช่ออกกฎหมายใหม่เพื่อบังคับให้ทุกคนเห็นตรงกัน ทั้งนี้เห็นว่า หากออก พ.ร.บ.ปรองดองไป และมีคนบางกลุ่มไม่เอาด้วยก็จะกลายเป็นกฎหมายที่ไม่มีผลบังคับใช้ รวมถึงเป็นต้นเหตุให้ความขัดแย้งบานปลายมากขึ้น







