
จับหัวโจกแก๊งเรี่ยไรบุญชาวบ้าน
ตำรวจอุดรธานีจับหัวหน้าแก๊งเรี่ยไรบุญ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน
ตำรวจอุดรธานีจับหัวหน้าแก๊งเรี่ยไรบุญ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน
พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ บุญโชติ รอง ผกก.สส.สภ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี นำกำลังเข้าจับกุมนายไสว แสนสวาท อายุ 53 ปี อยู่เลขที่ 226 หมู่ 6 ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.อุดรธานี ข้อหาเรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลาง รถยนต์ยี่ห้อมาสด้า สีบรอนซ์ ทะเบียน บร 4652 อุดรธานี ใบฎีกาบอกบุญ 40 แผ่น ซองผ้าป่า 40 ซอง บาตรพระ 2 ใบ ตู้บริจาค 1 ตู้ พระพุทธรูป 2 องค์ ขัน 1 ใบ ธงชาติ 1 ผืน ธงพระธรรมจักร 1 ผืน ภาพถ่ายอุโบสถที่กำลังก่อสร้าง 1 แผ่น ตราตั้งเจ้าอาวาส 1 ใบ ใบขอขึ้นทะเบียนวัด 1 ใบ ใบประกาศนียบัตรของกรมศาสนา 1 ใบ เงินสด 1,000 บาท ไม้เสียบเงินบริจาค 20 ไม้ ผ้าจีวรพระ 1 ชุด โดยจับกุมได้ที่บ้านพัก
พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ กล่าวว่า ได้รับแจ้งแก๊ง"เรี่ยไรบุญ" หัวหน้าแก๊งเป็นชาย อายุ 50-55 ปี ขับรถยนต์กระบะฟอร์ด สีบรอนซ์ ทะเบียน บร 4652 อุดรธานี มาหลอกเอาตราประจำวัดวัดเฉลิมสุขอาราม บ้านกกสะท้อน ต.บ้านตาด อ.เมือง ไปพิมพ์ใบบอกบุญผ้าป่าหาเงินสร้างอุโบสถวัดเฉลิมสุขอาราม ในวันที่ 10 ก.ย.ที่จะถึง แต่วัดได้ทำบุญทอดผ้าป่าตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจได้ออกสืบสวนพบผู้ต้องหา จึงเข้าทำการจับกุม ผู้ต้องหารับสารภาพ แต่ไม่ยอมซัดทอดผู้ร่วมแก๊ง
พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ กล่าวอีกว่า นายไสวหลอกลวงเรี่ยไรบุญมานานแล้ว โดยไปหลอกเอาตราประจำวัดนำไปพิมพ์ใบฎีกาบอกบุญ นำไปออกไปบอกบุญเรี่ยไรเงินตามหมู่บ้าน วันจันทร์-ศุกร์ หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อไปเล่นพนันมวยตู้ โดยจะจ้างชาวบ้านให้ห่มผ้าเหลือง เป็นพระภิกษุนั่งกระบะท้ายรถ มีพระพุทธรูป ตู้บริจาค ภาพถ่ายอุโบสถ บาตรน้ำมนต์วางอยู่ข้างๆ ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดเป็นคนซื้อมาเอง และจ้างชาวบ้านอีก 2-3 คน เดินถือขันไปเดินไปเรี่ยไร โดยตั้งแต่เช้าจนค่ำ จะได้เงินวันละ 1,000 บาท และข้าวสาร ข้าวสารก็จะนำไปให้วัดพร้อมกับเงิน 200 บาท ที่เหลือจะนำมาแบ่งกัน
"การออกเรี่ยไรบุญตามหมู่บ้านมีนานแล้ว แต่มีมิจฉาชีพสวมรอยเข้าไปหากินจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยมีนายไสวเป็นคนออกไปหาวัดเป้าหมาย ที่จะมีงานบุญผ้าป่า นำมาสร้างอุโบสถ วิหาร หรือหอระฆัง เพื่อขอตราประจำวัดจากเจ้าอาวาส นำไปพิมพ์ใบฎีกาบอกบุญ นำไปเรี่ยไรตามหมู่บ้านแถว อ.บ้านผือ บ้านดุง ทุ่งฝน จ.อุดรธานี และ อ.เมือง จ.นครพนม แต่เนื่องจากข้อหาเรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษไม่หนักแค่ปรับเท่านั้น เมื่อพ้นโทษออกไปก็กลับมาทำอีก จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ ไม่ควรทำบุญสุ่มสี่สุ่มห้าหรือกับคนที่ไม่รู้จัก "รอง ผกก.สภ.กุมภวาปี กล่าว







