
ต่าง "จุดยืน" และ "แนวทาง" 2
บทความนี้เขียนขึ้นมาจากแรงบันดาลใจจากการอ่านข้อเขียนของกาแฟดำ อดีต บก.เก่าของผม ที่เขียน “คนละเรื่องเดียวกัน”
บทความนี้เขียนขึ้นมาจากแรงบันดาลใจจากการอ่านข้อเขียนของกาแฟดำ อดีต บก.เก่าของผม ที่เขียน “คนละเรื่องเดียวกัน” ลงในกรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 19/07/55
เท้าความไปถึงยุคพาวเวอร์ฟูลแมนทักษิณเป็นนายกฯ กอง บก.เดอะ เนชั่น เอารูป พานทองแท้ ชินวัตร สูบบุหรี่ลงหน้า 1 จะด้วยเจตนาอะไรก็ไปถามกันเอง ภาพข่าวดังกล่าวส่งผลทำให้โฆษณาที่จะลงในสื่อเครือนี้ หายวับไปถึง 30 ล้านบาท
“ความสูญเสีย” ดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะทำให้พนักงานเครือเดอะ เนชั่น เดือดร้อนเท่านั้น แต่ยังทำให้ เทพชัย หย่อง น้องชายของกาแฟดำก็ต้องระเห็จไปอยู่อเมริกาอีกต่างหาก
แต่หลังจากเหลืองทำรัฐประหารโค่นแดง ประเทศไทยได้นายกฯ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ลอยฟ้ามา สื่อค่ายนี้นอกจากจะได้โฆษณามากขึ้นแล้ว ยังสามารถทำรายการข่าวหารายได้ตามช่องต่างๆ ได้อีก
“กาแฟดำ” เขียนถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของ “แดง” ว่า จะแก้ “บางส่วน” หรือ “แก้ทั้งฉบับ” ก็ล้วนแต่ “เป็นคนละเรื่องเดียวกัน” คือแก้ “เพื่อลากวิกฤตบ้านเมืองให้ยืดเยื้อต่อไปเท่านั้นเอง”
รัฐธรรมนูญเป็นแค่กฎหมายชนิดหนึ่ง ชนชั้นใดเขียนกฎหมายก็รับใช้ชนชั้นนั้นเป็นไปตามกฎแห่งความจริงแท้ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เป็นรัฐธรรมนูญของเหลือง โดยเหลืองและเพื่อเหลือง ประชาชนลงมติหรือไม่ก็เป็นเพียง “วิธีการ” ไม่ใช่เรื่อง “หลักการ” เหลืองสร้างรัฐธรรมนูญเหลืองขึ้นมา ก็เพื่อปกป้องความเป็นเหลืองให้อยู่จนนิรันดร ขณะเดียวกันก็เก็บธรรมนูญนี้เอาไว้ทิ่มแทงฝ่ายตรงข้ามให้ตกเวที เช่นเดียวกันถ้าแดงมีอำนาจขึ้นมา แดงก็จะกระทำแบบเดียวกับเหลือง!
การเลือกตั้ง (ภายใต้การค้ำยันของฝ่ายตะวันตก) ที่ผ่านมา ทำให้แดงได้เสียงเข้ามา “จัดตั้งรัฐบาล” เมื่อแดงได้เสียงข้างมาก แล้วจะไม่ให้แดง “เอาหอกออกจากแคร่” มันก็ขัดต่อสัจธรรมแห่งอำนาจไปหน่อย!
อาวุธ (รวมทั้งทุน) ไม่ได้ดีได้ชั่วโดยตัวของมันเอง ใครครอบครองก็เอาไปรับใช้ผู้ครอบครองเสมอไป โจรใช้อาวุธได้ อรหันต์ก็ใช้ได้ กฎหมายรัฐธรรมนูญก็เหมือนอาวุธ ใครสร้างก็เพื่อเอาไว้เล่นงานศัตรู ขืนเอามาเล่นงาน “ตัวเอง” ก็บ้าเต็มที!
ปัญหาชาติไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญเหลือง หรือรัฐธรรมนูญแดงที่เอามา “เถียง” แสดง “ความโง่” ให้คนเห็น แต่อยู่ที่อำนาจอธิปไตย (Sovereignty) เป็นของใครต่างหาก ถ้าเป็นของ “คนส่วนน้อย” ไม่ว่าชนชั้นสูงที่ใช้สัญลักษณ์เหลืองหรือชนชั้นกลาง (นายทุน) ที่ใช้สัญลักษณ์แดง ก็เอารัฐธรรมนูญที่ตนสร้างหรือตนได้ประโยชน์มาปกป้องระบอบ (Regime) เผด็จการตัวเอาไว้ เช่นเดียวกัน ถ้าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน ปวงชนก็ย่อมสร้างรัฐธรรมนูญขึ้นมาปกป้องระบอบของพวกเขาเหมือนกัน
นักข่าว นักเขียน รุ่นก่อนแม้จะ “ไร้เดียงสา” ใน “วิชาการเมือง” แต่ “ตา” ก็ “ไม่ค่อยบอดสี” ครั้นสื่อ “กลายเป็นนายทุนเอง” บ้าง ถูกนายทุนที่ซื้อหุ้นมาขี่คอบ้าง ถูกนักการเมืองให้ประโยชน์ต่างตอบแทนบ้าง หลายคนก็ไปคว้าเอาแว่นนายทุน เอาแว่นการเมืองมาใส่ แปลงร่างเป็น “นักสื่อสารนายทุน” นักสื่อสารเผด็จการเหลือง เผด็จการแดง ไปตามทิฐิและผลประโยชน์ของตัว การใส่แว่นสีจึงไปทำให้สื่อหมดความสามารถในการ “แยกแยะ” ความผิดความถูกทางการเมือง เห็นเผด็จการเป็นประชาธิปไตย เห็นประชาธิปไตยเป็นเผด็จการ ลากวิกฤตชาติไปด้วยอีกขบวน แล้วจะมาเห่าเงาตัวเองให้โง่ทำไม!
ที่ต้องลุกขึ้นมาเขียนเรื่องนี้ ก็เพราะกลัวเด็กๆ หลายมหาวิทยาลัย จะได้อาจารย์สื่อ “ตาบอด” มาสอนวิธี “คลำ “ช้าง” ให้ เหมือน “เด็กเดือนตุลาฯ” “ถูกหลอก” “ให้ไปตาย” เพื่อให้ได้มาแค่ “รัฐธรรมนูญเปื้อนหมึก” คิดไปว่า “รัฐธรรมนูญคือประชาธิปไตย” (หรือรัฐธรรมนูญทำให้บ้านให้เมืองเป็นประชาธิปไตยได้) จนบ้านเมืองพินาศทุกวันนี้!
ปล.อ่าน สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะระดมทายาทเศรษฐี 12 ตระกูลเอ็นจีโอตัวพ่อ คือ หมอประเวศ วะสี นักวิชาการระดับกูรูจากมหาวิทยาลัยต่างๆ มาเป็นกรรมการที่ปรึกษาสถาบันอนาคตไทยศึกษา ที่ลงในมติชนสุดสัปดาห์ฉบับนี้ แล้วก็ขำที่พยายามจะเอาลูกๆ นายทุนกับนักวิชาการที่ไม่รู้วิชามา “เปลี่ยนแปลงโลก” ผมยืนยันว่า คุณสมคิดตั้งใจดี 100% แต่ไม่มีวิชชา โถไปขอร้องให้ “ลูก” สัตว์กินเนื้อ ไม่กินเนื้อ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าไม่เข้าใจกฎของทุนนิยม
โครงสร้างของทุนนิยมประกอบไปด้วยนายทุนกับกรรมกร ที่โลกกลิ้งอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะอำนาจของนายทุนกับกรรมกรไม่ได้ดุล เขาให้ทำสมดุลระหว่าง 2 ชนชั้นนี้ เพื่อนำมาสู่ยุคพระศรีอาริย์หรือยุคแห่งการแบ่งปัน ขืนเจตนาดีแต่มีอวิชชา นอกจากจะพาชาติลงนรกแล้ว ยังพามวลมนุษยชาติลงนรกอีกต่างหาก
ถ้าคุณสมคิดไม่เข้าใจ ผมยินดีให้คำปรึกษาอย่าไปเอาเอ็นจีโอตัวพ่อมาเลย เพราะแกเป็นพวก Constitutionalism พวกนี้ล้มเหลวมานานแล้ว ก็ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนหรือครับ ที่บ้านเมืองฉิบหายมาจนทุกวันนี้!







