
กฏหมายการลงทุนในพม่า (2)
เรามาต่อกันจากฉบับที่แล้ว ซึ่งผมนำเสนอในเรื่องข้อกฎหมายในเรื่องการลงทุนและการแสดงเจตจำนงในการลงทุนในประเทศพม่ากันต่อนะครับ
เรามาต่อกันจากฉบับที่แล้ว ซึ่งผมนำเสนอในเรื่องข้อกฎหมายในเรื่องการลงทุนและการแสดงเจตจำนงในการลงทุนในประเทศพม่ากันต่อนะครับ ฉบับที่แล้วผมทิ้งท้ายว่า การลงทุนในพม่านักลงทุนจะต้องแสดงให้เห็นว่า การลงทุนของตนมีส่วนในการร่วมมือพัฒนาประเทศพม่า ไม่ใช่เข้ามาตักตวงผลประโยชน์จากพม่าเพียงอย่างเดียว เพราะรัฐบาลทหารพม่าก็ยังเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และคอยจับตามมองนักลงทุนต่างชาติทุกขณะก้าวอยู่แล้ว
หากนักลงทุนต่างชาติรายใดมีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงของพม่า หรือการลงทุนดังกล่าวจะไม่ก่อเกิดประโยชน์แก่คนในชาติพม่า รัฐบาลอาจหยิบมาตรการบางอย่างมาลงโทษได้ แต่ไม่ได้หมายถึงยึดกิจการ
ยกตัวอย่างในเรื่องการจ้างแรงงานพม่า แม้จะมีข้อกำหนดการจ้างคนงานพม่าเป็นหลักในตำแหน่งงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะ และการจ้างคนงานพม่าในตำแหน่งที่ใช้ทักษะในสัดส่วนที่มากขึ้นเป็นขั้นบันไดตามระยะเวลา แต่ใช่ว่าจะไม่ต้องพัฒนาบุคลากรของพม่าเลย อาจจะทำให้รัฐบาลพม่ามองว่า เป็นนักลงทุนที่ไม่ก่อเกิดประโยชน์แก่ประเทศก็ได้ นักลงทุนต้องแสดงให้รัฐบาลพม่าเห็นว่ามีการถ่ายทอดความรู้แก่คนในชาติ อย่างน้อยนักลงทุนต่างชาติจึงจำเป็นต้องจัดให้มีการฝึกอบรมลูกจ้างชาวพม่าเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีควบคู่ไปด้วย
ในเรื่องภาษีกฎหมายฉบับใหม่นี้ อาจรวมมาตรการจูงใจโดยการยกเว้นภาษีนานถึง 8 ปี และมีความเป็นไปได้ที่จะขยายเวลาออกไปอีก หากผู้ประกอบการสามารถพิสูจน์ได้ว่าทำกำไรหรือทำประโยชน์ให้กับประเทศพม่าจริง
ถ้าพิจารณาจากสภาพภูมิศาสตร์แล้ว ประเทศพม่าเสมือนศูนย์กลางที่สามารถทำการค้าและการลงทุนติดต่อกับแผ่นดินจีน อินเดีย และแอฟริกา ทางน่านน้ำมีเขตแดนติดต่อถึง 2 ทะเล มีทรัพยากรด้านพลังงาน รวมถึงก๊าซธรรมชาติและพลังงานจากน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้า แผ่นดินพม่ามีทรัพยากรธรรมชาติอีกมากมายมหาศาล และตามสภาพภูมิศาสตร์ ประเทศไทยมีชายแดนติดต่อกับประเทศพม่าเป็นระยะทางพรมแดนทางบกมากกว่า 2,000 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด
ปัจจุบันมีนักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนบ้างแล้วในลักษณะ Nominee ทั้งอุตสาหกรรม บริการและเกษตร โดยเฉพาะ ปตท. ได้ลงทุนในแหล่งก๊าซยาดานา และในปี 2554-2556 จะใช้เงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการสร้างแท่นขุดเจาะและวางท่อก๊าซจากบ้านอีต่อง อ.ทองผาภูมิ ความยาว 300 กม. ซึ่งคาดว่าจะนำเข้ามาในไทยได้ในเร็วๆ นี้ เฉลี่ย 240 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน โครงการในอนาคตที่สำคัญอีก 2 โครงการ คือ
(1) โครงการทวาย (Dawei Project) ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึกระดับโลก และโครงข่ายสะพานเศรษฐกิจ (Land Bridge) ทวายบ้านพุน้ำร้อน
(2) โครงการท่าเรือจ้าวเปี้ยว ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึกอ่าวเบงกอล และเส้นทางถนนจากรัฐยะไข่กับมณฑลยูนนานของจีน
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งที่พม่าทำควบคู่กันไปกับกฎหมายฉบับใหม่ คือ เขตเศรษฐกิจพิเศษ พม่าหวังที่จะใช้เขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อดึงดูดนักลงทุน โดยพม่ากำลังจัดตั้งเขตเศรษฐกิจ 3 เขต หนึ่งในนั้น คือ เขตเศรษฐกิจทวาย ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างโดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ของไทย และยังมีเขตเศรษฐกิจอื่นอีกสองแห่งใกล้นครย่างกุ้ง เพื่อเอื้อความสะดวกแก่บริษัทจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไทย และประเทศต่างๆ เข้าไปลงทุนจากทั่วโลก จะมีการกำหนดให้ใช้เงินเหรียญสหรัฐและเงินหยวนลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษได้
นักธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนต้องศึกษาข้อกฎหมายและภาษีให้ชัดเจน เพราะกำลังจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) นอกจากชาติที่กล่าวข้างต้นแล้ว จะมีนักธุรกิจจากอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินเดีย และชาติอื่นๆ เข้ามามาก เห็นว่ารัฐบาลไทยต้องให้การสนับสนุนและดูแลนักลงทุนไทยไปลงทุนในพม่าอย่างจริงจังและใกล้ชิด เพราะไทยได้เปรียบประเทศอื่นที่เป็นเพื่อนบ้านหนึ่งเดียวที่มีศักยภาพและติดกับทะเลจีนใต้
ผมเห็นว่าระหว่างที่ระบบการเงินพม่ายังไม่เข้าที่ รัฐบาลไทยควรใช้ช่องทางนี้เจรจาให้พม่ายอมให้ใช้เงินบาทลงทุนในบางพื้นที่ได้ โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษ จะทำให้นักลงทุนไทยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลพม่า
สิ่งที่สำคัญ คือ ไม่ควรแสดงหรือมีนโยบายสนับสนุนช่วยเหลือชนกลุ่มน้อยทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เป็นปฏิปักษ์ต่อพม่า จะต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกิจการภายในของพม่า เร่งรัดความพร้อมด่านชายแดนเพื่อให้มีการเปิดด่านถาวรร่วมกัน ต้องมีนโยบายด้านการเชื่อมโยง Land Bridge Logistics Corridor ระหว่างทวายกาญจนบุรีชัดเจน สนับสนุนให้มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ควรวางยุทธศาสตร์ให้ จ.กาญจนบุรี เป็นประตูการค้าฝั่งตะวันตก (West Gate) อย่างเป็นขั้นเป็นตอน
ร้อมกันนั้นพลักดันให้ใช้ อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองเศรษฐกิจชายแดน หรือ Economic Border City สร้างแนวทางความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ดีต่อพม่า ผู้ใช้แรงงานพม่าในไทยจะต้องได้รับการดูแล อย่าให้เกิดปัญหาเชื้อชาติ สนับสนุนให้ประเทศพม่าหลุดพ้นจากการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ เน้นให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจกับพม่าอย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนให้มีการจัดตั้งองค์กรประสานงานร่วมกันกับประเทศพม่าในระดับท้องถิ่น
และที่สำคัญ ควรมีศูนย์ข้อมูลทางธุรกิจและศูนย์บริการให้คำปรึกษาแก่นักลงทุนไทยเกี่ยวกับกฎหมายและกระบวนการของประเทศพม่า ไม่ควรปล่อยให้ภาคเอกชนออกไปลุยตลาดเพียงลำพัง เร่งเจรจาลดข้อจำกัดของนักลงทุนไทยในการลงทุนในประเทศพม่าอย่างเป็นรูปธรรมและจริงจัง เพียงเท่านี้ ประตูสู่พม่าของไทยก็จะเปิดกว้างให้นักลงทุนไทยมีโอกาสเข้าไปแสวงหาและทำธุรกิจใหม่ๆ ในพม่าได้อย่างราบรื่นไม่น้อย







