
แฉ‘ไวเทนนิง’เปื้อนสารปรอทเพียบ
สุ่มตรวจพบ 1 ใน 5 ของครีมหน้าขาวมีสารปรอทปนเปื้อนสูง
สุ่มตรวจพบ 1 ใน 5 ของครีมหน้าขาวมีสารปรอทปนเปื้อนสูง
น.ส.จุฑามาศ ทรัพย์ประดิษฐ์ นักวิจัยประจำมูลนิธิบูรณะนิเวศ เปิดเผยว่า จากการสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์ครีมหน้าขาว (ไวเทนนิง) จำนวน 47 ชนิดทั่วประเทศ พบว่า มี 10 ชนิด หรือ 1 ใน 5 ที่มีสารปรอท ซึ่งเป็นสารที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอางปนเปื้อนในปริมาณสูง บางยี่ห้อมีการปนเปื้อนสูงสุด 9.9 หมื่นส่วนในล้านส่วน (ppm) ทั้งที่กฎหมายมาตรฐานความปลอดภัยของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดค่าเป็น 0
น.ส.จุฑามาศ กล่าวว่า เครื่องสำอางที่ตรวจพบสารปรอท ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ อย. เคยตรวจพบและประกาศให้เป็นเครื่องสำอางผิดกฎหมายและมีอันตราย แต่กลับพบว่ายังมีวางจำหน่ายในตลาด อาทิ ครีม FC น้ำนมข้าว (9.9 หมื่น ppm) ไวต์โรส ครีมรกแกะ (5.16 หมื่น ppm) เหมยหยง ครีมสมุนไพรสาหร่าย (4.17 หมื่น ppm) เบสต์ บิวตี้ (3.44 หมื่น ppm) เพิร์ล ครีมหน้าเด้ง (1.38 หมื่น ppm) มาดาม ออร์แกนิก ไข่มุก (3,435 ppm) และเบบี้เฟซ ครีมหน้าขาว (81.14 ppm)
นอกจากนี้ จากการสุ่มตัวอย่างผลิตภัณฑ์ยังพบว่า ครีมหน้าขาวที่ปนเปื้อนสารปรอททั้งหมดยังแสดงข้อมูลบนฉลากไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ การไม่ระบุเลขที่ใบรับแจ้ง ทำให้ยากแก่การติดตามตรวจสอบแหล่งผลิต ในกรณีที่ผู้บริโภคพบปัญหาจากการใช้เครื่องสำอางยี่ห้อนั้นๆ
“เหตุที่สารปรอทถูกนิยมลักลอบใช้ในครีมหน้าขาว เนื่องจากมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีในผิวหนังทำให้สีผิวจางลง แต่ก็มีพิษสะสมในร่างกายทำให้เกิดการอักเสบของตับ ไต และทางเดินปัสสาวะ รวมถึงอาจทำให้เกิดโรคโลหิตจาง ตลอดจนสามารถถ่ายทอดจากมารดาที่กำลังตั้งครรภ์ไปยังทารกในครรภ์ได้ด้วย” น.ส.จุฑามาศ กล่าว
น.ส.ทัศนีย์ แน่นอุดร หัวหน้ากองบรรณาธิการ นิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า เครื่องสำอางไม่ต้องมีเครื่องหมาย อย. แต่ต้องมีเลขที่จดแจ้ง ดังนั้นขอให้เข้าใจใหม่ว่าแม้จะมีเลข อย. ก็ไม่แปลว่าปลอดภัย เพราะ อย. แค่รับแจ้งโดยดูจากเอกสารไม่ได้มีการตรวจวิเคราะห์ เป็นเพียงตัวเลขแสดงเจตนาบอกให้ อย. รู้แหล่งผลิตและตัวตนของผู้ผลิตเท่านั้น
ทั้งนี้ ข้อมูลจากบริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) เดือน ก.ค. 2547 เคยศึกษาถึงความนิยมและส่วนแบ่งตลาดของผลิตภัณฑ์หน้าขาวว่า มีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 60% ของตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าในประเทศไทยมีมูลค่าสูงประมาณ 2,100 ล้านบาท การผลิตและการจำหน่ายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง 2535 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท







