
คมนาคมเร่งหาข้อมูลเชื่อมท่าทวายเสนอนายกฯ
“จารุพงศ์” เตรียมแผนโครงสร้างพื้นฐานให้นายกฯ หารือกับ “เต็งเส่ง” เน้นทำโครงข่ายเชื่อมท่าเรือทวาย
“จารุพงศ์” เตรียมแผนโครงสร้างพื้นฐานให้นายกฯ หารือกับ “เต็งเส่ง” เน้นทำโครงข่ายเชื่อมท่าเรือทวาย
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพในการจัดทำแผนข้อมูลโครงสร้างพื้นฐาน และเส้นทางเชื่อมต่อไปยังท่าเรือทวาย เพื่อเสนอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำไปหารือกับ พล.อ.เต็งเส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ในการเยือนพม่าอย่างเป็นทางการช่วงปลายปีนี้
ทั้งนี้ ในการรวบรวมข้อมูลดังกล่าว กระทรวงคมนาคมจะเน้นโครงการที่สามารถเชื่อมต่อโครงข่ายทุกระบบระหว่างไทยพม่า ให้สอดคล้องกับแผนการลงทุนของกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นต้น ซึ่งในรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานต่างๆ ของแต่ละกระทรวงจะรับผิดชอบรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอในภาพรวมด้วยเช่นกัน
ด้านนายวินัย แก้วกุณฑล รองผู้จัดการโครงการบริษัทที่ปรึกษาของการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวถึงโครงการรถไฟทางคู่เป็นโครงการที่กระทรวงคมนาคมมอบหมายให้กับทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมไว้ พบว่าสายนครปฐมหัวหิน เป็นหนึ่งในโครงการที่มีความเหมาะสมและเร่งด่วนในระยะที่เริ่มต้นที่ต้องดำเนินการในช่วงปี 2555 และเมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมใหญ่การมีส่วนร่วมการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่นครปฐมหัวหิน ของประชาชนครั้งที่ 1
สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับกับโครงการนี้ คือ เรื่องความปลอดภัย เนื่องจากจะมีการแก้ปัญหาเรื่องจุดตัดและจุดข้ามทางรถไฟทั้งหมด และอีกประเด็นหนึ่ง คือ การใช้งานของรถไฟที่จะทำให้รถไฟสามารถควบคุมตารางเวลาเดินรถได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากขึ้น เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้รถไฟที่เป็นทางเดี่ยว ปัญหาหลักคือเป็นการพักคอย ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดความล่าช้า การขนส่งทางรถไฟไม่สามารถแข่งขันกับการขนส่งในระบบอื่นได้
เรื่องงบประมาณการดำเนินการคงจะค่อยๆ ทยอยทำไป และเรื่องวิธีการดำเนินงานจะไปทำความเข้าใจในผลกระทบที่เกิดขึ้นว่ามีอะไรบ้าง ทั้งเรื่องการเวนคืนและการชดเชยแต่อย่างไรก็ตามคงต้องทำในกรอบของกฎหมาย
ด้านนายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือเรื่องรถไฟความเร็วสูงร่วมกับผู้แทนจีน ว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปจัดตั้งคณะกรรมการกำกับการศึกษา หรือคณะกรรมการที่ปรึกษา การศึกษาเบื้องต้นโครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง โดยมีผู้แทนจากประเทศที่สนใจดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงร่วมเป็นกรรมการ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน เพื่อที่จะให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ ซึ่งอาจจะเป็นกรรมการร่วมระหว่างสนข.กับญี่ปุ่น สนข.กับจีน และสนข.กับเกาหลี
ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันสนข.อยู่ระหว่างการจัดจ้างที่ปรึกษาศึกษาเบื้องต้นโครงการรถไฟความเร็วสูง ขณะเดียวกันประเทศญี่ปุ่น และจีน ก็ดำเนินการศึกษาเบื้องต้นโครงการรถไฟความเร็วสูงในไทยด้วยเช่นกัน โดยในส่วนของจีนนั้น ได้จ้างที่ปรึกษาไปแล้วเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา มีระยะเวลาดำเนินงาน 5 เดือน ซึ่งจีนจะมีการติดตามผลการศึกษาทุกเดือน และจะรายงานให้กระทรวงคมนาคมทราบด้วย
สำหรับความคืบหน้าการจ้างที่ปรึกษาของสนข. จะลงนามสัญญาจ้างที่ปรึกษาเส้นทางกรุงเทพฯหัวหิน และกรุงเทพฯพิษณุโลก ในเดือนก.ย.นี้ ส่วนเส้นทางกรุงเทพฯนครราชสีมา และเส้นทางกรุงเทพฯระยอง จะจ้างที่ปรึกษาในเดือนต.ค.นี้อย่างไรก็ตาม ผู้แทนจีนได้สอบถามเกี่ยวกับรูปแบบการลงทุนว่ารัฐบาลไทยจะลงทุนเองทั้งหมด หรือให้เอกชนลงทุนในสัดส่วนเท่าใด หรือจะใช้วิธีร่วมลงทุนระหว่างรัฐต่อรัฐ ซึ่งตนยังไม่สามารถให้คำตอบได้ เนื่องจากต้องรอผลการศึกษาของที่ปรึกษาก่อน แต่ก็ให้จีนศึกษาความเหมาะสมของรูปแบบการลงทุนด้วย







