
พันศักดิ์ชงรถไฟฟ้า4สาย4แสนล.
เร่งเปิดประมูล6ปีสร้างเสร็จเชื่อมขนส่งจีน
เร่งเปิดประมูล6ปีสร้างเสร็จเชื่อมขนส่งจีน
“พันศักดิ์” ลุยเอง ดันโปรเจกต์รถไฟฟ้าความเร็วสูง 4 แสนล้านบาท เปิดประมูลต้นปีหน้า
นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลจะผลักดันโครงการลงทุนรถไฟฟ้าความเร็วสูงความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จำนวน 4 เส้นทาง ให้แล้วเสร็จภายใน 6 ปี หรือปี 2561 เพื่อทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาค และเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ไทยสามารถสร้างรายได้ใหม่ในอนาคต
ทั้งนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ผลกระทบต่อสุขภาพ การรับฟังความคิดเห็นของชุมชนและภาคเอกชน โดยจะทำให้แล้วเสร็จภายใน 45 เดือน ก่อนเปิดประมูลแบบนานาชาติต้นปี 2556 และขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับประเทศต่างๆ ที่จะมาเสนอประมูล 4 ประเทศ คือ เกาหลี ญี่ปุ่น จีน และฝรั่งเศส
“เราไม่ใช่ลงทุนแค่รถไฟเพื่อการโดยสาร แต่เรากำลังลงทุนโครงกระดูกขนส่งสินค้าในอาเซียนและจีน ซึ่งการลงทุนเฟสแรกจะเสร็จใน 6 ปี และเริ่มเฟสที่ 2 ภายใน 10 ปี โดยเชื่อมรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทยจีนรัสเซียยุโรปฝรั่งเศส และคาดว่านักท่องเที่ยวจะใช้จำนวนมาก เพราะต้นทุนถูกกว่าการโดยสารทางเครื่องบิน” นายพันศักดิ์ กล่าว
สำหรับรถไฟฟ้าความเร็วสูง 4 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางรถไฟกรุงเทพฯเชียงใหม่ ระยะทาง 745 กิโลเมตร ระยะเวลาในการเดินทาง 3.44 ชั่วโมง กรุงเทพฯนครราชสีมา 256 กิโลเมตร เวลาเดินทาง 1.35 ชั่วโมง กรุงเทพฯหัวหิน 225 กิโลเมตร เวลาเดินทาง 1.09 ชั่วโมง กรุงเทพฯพัทยาระยอง ระยะทาง 221 กิโลเมตร เวลาเดินทาง 1.11 ชั่วโมง
นายพันศักดิ์ ระบุว่า การลงทุนรถไฟฟ้า 4 เส้นทาง คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 4 แสนล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับการลงทุนสร้างถนนของประเทศในแต่ละปี หรือมากกว่าไม่เกิน 12 หมื่นล้านบาท แต่เป็นการลงทุนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า อีกทั้งยังลดการนำเข้าน้ำมันได้ 35% หรือเป็นเงินประมาณ 4 แสนล้านบาท จากมูลค่าการน้ำเข้าน้ำมันในปัจจุบัน นอกจากรถไฟฟ้าความเร็วสูงจะให้บริการผู้โดยสาร โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวแล้ว จะเน้นให้บริการขนส่งสินค้าเบา เช่น เม็ดพลาสติกที่ใช้อุตสาหกรรมไฮเทค รวมทั้งส่งออกสินค้าเกษตรอาทิ ผัก ผลไม้และดอกไม้ รวมทั้งปลาสดไปจีน เป็นต้น ส่วนสินค้าหนักจะขนส่งโดยใช้ระบบรางเดิมที่วิ่งด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
“มั่นใจว่าหากการลงทุนระบบรางของไทยแล้วเสร็จ ใน 6 ปี สัดส่วนการขนส่งระบบรางจะเพิ่มขึ้นเป็น 80% จากปัจจุบัน 2% และเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีของไทยมีช่องทางในการส่งสินค้าที่มีต้นทุนถูกลงใกล้เคียงกับบริษัทใหญ่ ขณะที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย มีรายได้เพิ่มจากธุรกิจให้การบริการขนส่ง” นายพันศักดิ์ กล่าว
โพสต์ทูเดย์พันศักดิ์ลุยเองดันโปรเจครถไฟฟ้าความเร็วสูง 4 แสนล้านบาท เปิดประมูลต้นปีหน้า
นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลจะผลักดันโครงการลงทุนรถไฟฟ้าความเร็วสูงความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จำนวน 4 เส้นทางให้แล้วเสร็จภายใน 6 ปีหรือปี 2561 เพื่อทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาค และเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ไทยสามารถสร้างรายได้ใหม่ในอนาคต
ทั้งนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ผลกระทบต่อสุขภาพ การรับฟังความคิดเห็นของชุมชนและภาคเอกชน โดยจะทำให้แล้วเสร็จภายใน 45 เดือน ก่อนเปิดประมูลแบบนานาชาติต้นปี2556 หน้า และขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับประเทศต่างๆที่จะมาเสนอประมูล 4 ประเทศ คือ เกาหลี ญี่ปุ่น จีน และฝรั่งเศส
“เราไม่ใช่ลงทุนแค่รถไฟเพื่อการโดยสาร แต่เรากำลังลงทุนโครงกระดูกขนส่งสินค้าในอาเซียนและจีน ซึ่งการลงทุนเฟสแรกจะเสร็จใน 6 ปีและเริ่มเฟสที่ 2 ภายใน 10 ปี โดยเชื่อมรถไฟความเร็วสูงไทยจีนรัสเซียยุโรปฝรั่งเศส และคาดว่านักท่องเที่ยวจะใช้จำนวนมาก เพราะต้นทุนถูกกว่าการโดยสารทางเครื่องบิน”นายพันศักดิ์กล่าว
สำหรับรถไฟฟ้าความเร็วสูง 4 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางรถไฟกรุงเทพเชียงใหม่ ระยะทาง 745 กิโลเมตร ระยะเวลาในการเดินทาง 3.44 ชั่วโมง กรุงเทพโคราช 256 กิโลเมตร เวลาเดินทาง 1.35 ชั่วโมง กรุงเทพหัวหิน 225 กิโลเมตร เวลาเดินทาง 1.09 ชั่วโมง กรุงเทพพัทยาระยอง ระยะทาง 221กิโลเมตร เวลาเดินทาง 1.11 ชั่วโมง
นายพันศักดิ์ ระบุว่า การลงทุนรถไฟฟ้า 4 เส้นทางคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 4 แสนล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับการลงทุนสร้างถนนของประเทศในแต่ละปี หรือมากกว่าไม่เกิน 12 หมื่นล้านบาท แต่เป็นการลงทุนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า อีกทั้งยังลดการนำเข้าน้ำมันได้ 35% จากมูลค่าการน้ำเข้าน้ำมันในปัจจุบันหรือเป็นเงินประมาณ 4 แสนล้านบาท
นายพันศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากรถไฟฟ้าความเร็วสูงจะให้บริการผู้โดยสาร โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวแล้ว จะเน้นให้บริการขนส่งสินค้าเบา เช่น เม็ดพลาสติกที่ใช้อุตสาหกรรมไฮเทค รวมทั้งส่งออกสินค้าเกษตร อาทิ ผัก ผลไม้และดอกไม้ รวมทั้งปลาสดไปจีน เป็นต้น ส่วนสินค้าหนักจะขนส่งโดยใช้ระบบรางเดิมที่วิ่งด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
นอกจากนี้ ตนมั่นใจว่าหากการลงทุนระบบรางของไทยแล้วเสร็จใน 6 ปี สัดส่วนการขนส่งระบบรางจะเพิ่มขึ้นเป็น 80% จากปัจจุบัน 2% และเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีของไทยมีช่องทางในการส่งสินค้าที่มีต้นทุนถูกลงใกล้เคียงกับบริษัทใหญ่ ขณะที่บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด มีรายได้เพิ่มจากธุรกิจให้การบริการขนส่ง
ด้านนายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เส้นทางกรุงเทพฯหัวหิน มูลค่าประมาณ 82,166 ล้านบาท เส้นทางกรุงเทพฯพิษณุโลก มูลค่าประมาณ 12,014 ล้านบาท เส้นทางกรุงเทพฯนครราชสีมา มูลค่าประมาณ 96,826 ล้านบาท และเส้นทางกรุงเทพฯระยอง มูลค่าประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท







