
แจ้งจับแก๊งลูกโซ่อ้างเบื้องสูงหลอกชาวบ้าน
แก๊งลูกโซ่ตั้งธนาคารหมู่บ้านหลอกเรียกเงินอ้างเบื้องสูงเก็บค่าพระบรมฉายาลักษณ์
แก๊งลูกโซ่ตั้งธนาคารหมู่บ้านหลอกเรียกเงินอ้างเบื้องสูงเก็บค่าพระบรมฉายาลักษณ์
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.ท.เจตนิพัทธ์ สิริอมราภรณ์ อายุ 43 ปี ผู้อำนวยการฝ่ายนิติการ ธนาคารหมู่บ้านตามแนวพระราชดำริ ตั้งอยู่เลขที่ 72/326 ซอยบึงขวาง 1/1 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี รับมอบจากประธานธนาคารหมู่บ้านฯ พร้อมด้วยชาวบ้านในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กว่า 20 คน เข้าพบ พ.ต.ท.ก้องภพ มาสืบชาติ พงส.(สบ2) กก.3 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างชื่อธนาคารหมู่บ้านฯ หลอกลวงชาวบ้านให้เข้าร่วมสมัครเป็นสมาชิกธนาคาร โดยนำแผ่นซีดีบันทึกภาพและเอกสารที่เกี่ยวข้อง มอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน
พ.ต.ท.เจตนิพัทธ์ กล่าวว่า ธนาคารหมู่บ้านฯ จัดตั้งขึ้นโดยมีเจตนาที่จะช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจนตามชนบท ต่อมาจึงได้รับอนุญาตจากสำนักพระราชวังให้ใช้ตราสัญลักษณ์ฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เมื่อปี 2539 และดำเนินการเพื่อสนองแนวพระราชดำริ ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและหนี้สินของเกษตรกรเรื่อยมา
"กระทั่งเมื่อช่วงต้นปี 2555 มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างชื่อธนาคารหมู่บ้านฯ แต่เพิ่มเติมว่าเป็น ธนาคารหมู่บ้านไบโอดีเซลและสหกรณ์พลังงานเพื่อไทยตามแนวพระราชดำริ พร้อมกับใช้ตราสัญลักษณ์ฯ ออกประกาศเชิญชวนชาวบ้านใน 20 จังหวัด ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้สมัครเป็นสมาชิกธนาคาร โดยอ้างว่าจะสามารถกู้เงินได้ตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไป โดยปราศจากดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 5 ปี
พ.ต.ท.เจตนิพัทธ์ กล่าวอีกว่า กลุ่มบุคคลเหล่านี้ยังอ้างกับชาวบ้านด้วยว่า มีเงินทุนสนับสนุนจากต่างประเทศเป็นจำนวน 3.6 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในธนาคารแห่งนี้ แต่ชาวบ้านจะต้องมีตัวแทนขึ้นมา 5 คน ในหมู่สมาชิกจำนวน 500 คน โดยในส่วนของตัวแทนทั้ง 5 คนนี้ จะได้รับเงินเดือนเป็นค่าตอบแทนเดือนละ 1-2 หมื่นบาท
พ.ต.ท.เจตนิพัทธ์ กล่าวว่า หลังจากนั้นกลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้บอกกับตัวแทนชาวบ้านที่จัดตั้งขึ้นสำเร็จแล้วว่าจะต้องจัดทำป้ายพระบรมฉายาลักษณ์ทั้ง 2 พระองค์ ไว้ที่บ้านของ 1 ใน 5 ตัวแทนกลุ่ม โดยมีค่าใช้จ่ายในการจัดทำป้ายและค่าติดตั้งเป็นเงินระหว่าง 3,000-7,000 บาท
“กรณีการทำป้ายพระบรมฉายาลักษณ์ ผมได้สอบถามจากร้านที่รับจัดทำป้ายดังกล่าวที่ จ.บึงกาฬ ทราบว่าการจัดทำมีราคาอยู่ที่ 1,000-2,000 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของป้าย จึงพบข้อพิรุธว่ามีการแอบอ้างเพื่อเรียกเก็บเงินในส่วนนี้จากชาวบ้านไป โดยพบว่าเกิดขึ้นในหลายจังหวัด มีมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนมาก” พ.ต.ท.เจตนิพัทธ์ กล่าวและว่า หลังจากทราบเรื่องทั้งหมด จึงตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้งธนาคารดังกล่าวก็พบว่าเป็นการแอบอ้าง รวมทั้งทางสำนักพระราชวัง ได้เคยมีหนังสือชี้แจงกับสื่อมวลชนไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีธนาคารดังกล่าวอยู่ในโครงการของสำนักพระราชวัง แต่อย่างใด จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ บก.ป.ในครั้งนี้
พ.ต.ท.ก้องภพ กล่าวว่า ได้รับเรื่องและสอบปากคำผู้แจ้งความไว้ในเบื้องต้นแล้ว ก่อนจะรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อไป







