posttoday
ชัชชาติเมินใช้อีโคคาร์เป็นแท็กซี่

ชัชชาติเมินใช้อีโคคาร์เป็นแท็กซี่

15 สิงหาคม 2555

“ชัชชาติ” ส่ายหัวไม่เห็นด้วยใช้อีโคคาร์ทำแท็กซี่และขยายอายุรถแท็กซี่ 12 ปี แต่สั่งให้ ขบ.ศึกษาให้เสร็จใน 2 สัปดาห์

“ชัชชาติ” ส่ายหัวไม่เห็นด้วยใช้อีโคคาร์ทำแท็กซี่และขยายอายุรถแท็กซี่ 12 ปี แต่สั่งให้ ขบ.ศึกษาให้เสร็จใน 2 สัปดาห์

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า จากข้อเรียกร้องของประธานเครือข่ายรถแท็กซี่กรุงเทพฯ ซึ่งยื่นขอเรียกร้อง 2 ข้อ คือ ขอขยายอายุการใช้รถแท็กซี่จาก 9 ปี เป็น 12 ปี และคัดค้านแนวทางการลดขนาดของเครื่องยนต์ แท็กซี่ความจุของกระบอกสูบ 1,500 ซีซี เป็น 1,300 ซีซี ว่า ได้ให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ศึกษาข้อมูลทั้งเรื่องอายุรถแท็กซี่และขนาดเครื่องยนต์กลับมาเสนอภายใน 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ส่วนตัวเห็นว่าทำได้ยาก

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นอายุการใช้รถแท็กซี่ 9 ปี มีความเหมาะสมแล้ว เนื่องจากผลการศึกษาทางด้านสิ่งแวดล้อมเห็นว่า หากรถแท็กซี่อายุเกิน 9 ปี จะก่อให้เกิดมลพิษกว่า 50% แม้ว่า จะเป็นรถที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวี หรือแอลพีจีก็ตาม และจะทำให้ผู้ประกอบการมีรถใหม่ รวมทั้งผู้โดยสารจะมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

“หากได้ข้อสรุปอาจมีการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้ขับแท็กซี่ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถแท็กซี่เอง เช่น การหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือหามาตรการช่วยเหลือด้านภาษีให้โดยกระทรวงคมนาคม จะยึดผลประโยชน์ของประชาชน และผู้ขับแท็กซี่ส่วนใหญ่ เป็นหลัก จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มแท็กซี่นิติบุคคล กว่า 7 หมื่นคัน และแท็กซี่ส่วนบุคคลเกือบ 3 หมื่นราย ” นายชัชชาติ กล่าว

สำหรับแนวคิดการลดขนาดเครื่องยนต์รถแท็กซี่จาก 1,500 ซีซี เป็น 1,300 ซีซี มองว่าเป็นไปได้ยาก เนื่องจากผลการศึกษาเบื้องต้นของ ขบ. ระบุว่า ขนาดรถแท็กซี่ที่มีความเหมาะสมไม่ควรต่ำกว่า 1,300 ซีซี เนื่องจากรถยนต์ที่ต่ำกว่า 1,300 ซีซี หรือรถอีโคคาร์ จะมีขนาดเล็กมาก ผู้โดยสารจะนั่งไม่สะดวก และไม่สามารถใส่กระเป๋าสัมภาระได้ แต่หากผู้ประกอบการรถแท็กซี่มีข้อมูลมานำเสนอถึงข้อดี ก็ยินดีพิจารณาให้

นอกจากนี้ ประเด็นดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายรถอีโคคาร์ของรัฐบาลด้วย เนื่องจากหากให้มีการปรับลดขนาดรถแท็กซี่ลง ต้องใช้เวลาในการแก้กฎกระทรวง 3 6 เดือน เพราะฉะนั้นจะไม่ทันกับนโยบายรถอีโคคาร์อยู่แล้ว สำหรับค่าโดยสาร ที่ผู้ประกอบการรถแท็กซี่บางกลุ่มระบุว่า ไม่ว่ากระทรวงพลังงานจะปรับขึ้นค่าเชื้อเพลิงหรือไม่ จะร่วมมือกันตรึงราคาถึงสิ้นปีนั้น จะต้องไปพิจารณาว่า ผู้ที่ออกมาระบุเรื่องดังกล่าว เป็นกลุ่มรถแท็กซี่ส่วนใหญ่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม หากกระทรวงพลังงาน มีการปรับขึ้นค่าเชื้อเพลิงจริง ผู้ประกอบการรถแท็กซี่ จะต้องได้รับพิจารณาปรับขึ้นค่าราคาด้วย เนื่องจากตามหลักการของกระทรวงคมนาคม ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายทั้งผู้ประกอบการ และผู้โดยสาร

อยงอย่างไรก็ตาม ในวันที่ 16 ส.ค. จะนำข้อเสนอของกลุ่มแท็กซี่ไปหารือร่วมกับนายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเครือข่ายแท็กซี่ ที่กระทรวงพลังงาน

นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ รองประธานกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จะนำรถอีโคคาร์มาเป็นรถแท็กซี่ สำหรับการที่มีผู้เสนอให้นำรถยนต์ประเภทอีโคคาร์ มาทำเป็นรถแท็กซี่สาธารณะนั้น ในต่างประเทศไม่มีการทำในแบบดังกล่าวมีแต่การนำรถยนต์ขนาดกลางมาทำแท็กซี่ เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยและความสบายของผู้โดยสาร

ทั้งนี้ การกำหนดรุ่นรถยนต์ในการทำแท็กซี่นั้น จะต้องพิจารณาจากอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งประเทศไทยมีอัตราเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในระดับสูง ดังนั้นมองว่าการกำหนดรุ่นรถยนต์ของแท็กซี่น่าจะสอดคล้องกับอัตราเติบโต ซึ่งปัจจุบันที่ใช้รถยนต์ขนาดคอมแพ็กคาร์อย่างโตโยต้า โคโรลล่า มาทำเป็นแท็กซี่ก็น่าจะเหมาะสมแล้ว

“การที่จะนำอีโคคาร์มาทำเป็นแท็กซี่ น่าจะเล็กเกินไป ซึ่งผู้โดยสารที่มีสัมภาระน่าจะไม่สะดวกต่อการใช้บริการ รวมถึงหากในอนาคตโครงการรถไฟฟ้าต่างเกิดขึ้น ลักษณะการใช้รถแท๊กซี่ก็จะเปลี่ยนไปจากการขึ้นแบบเคนเดียว เป็นขึ้นเป็นกลุ่มเพื่อไปต่อรถไฟฟ้า” นายนินนาท กล่าว

อย่างไรก็ตาม สำหรับประเด็นที่ผู้ที่เสนอยกความเห็นเรื่องการประหยัดพลังงานขึ้นมานั้น นายนินนาท กล่าวว่า ปัจจุบันรถแท็กซี่สาธารณะทุกคันใช้เชื้อเพลิงประเภท ก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) ทั้งหมด จึงมองว่าปัจจัยดังกล่าวในเรื่องลดต้นทุนน่าจะถูกกว่ารถยนต์อีโคคาร์เสียอีก


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท