
ม็อบแดงเลือดเข้าตาไม้สองปิดเกมรุกในสภา
งานนี้คือคงได้แต่รอจับตาดูว่า แกนนำเสื้อแดงจะงัดกลยุทธ์อะไรมาทิ้งทวน? เพื่อปิดเกมการชุมนุม
งานนี้คือคงได้แต่รอจับตาดูว่า แกนนำเสื้อแดงจะงัดกลยุทธ์อะไรมาทิ้งทวน? เพื่อปิดเกมการชุมนุม
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ผ่านจุดสูงสุดของการชุมนุมใหญ่กับการแสดงพลังของมวลชนคนเสื้อแดงไปแล้ว ทั้งในแง่จำนวนพลังประชาชนที่มารวมตัวกันได้มากสุดแสนกว่าคน ไปจนถึงกิจกรรมความเคลื่อนไหว ลูกเล่นเรียกความสนใจที่งัดมาใช้กันจนหมดหน้าตัก
ต่อจากนี้จึงเป็นกราฟขาลงของม็อบเสื้อแดง กับการเตรียมนับถอยหลัง “ปิดฉาก” การชุมนุมใหญ่ที่เหลือเวลาอีกไม่ถึงสัปดาห์ แม้ทางทีมงานจะพยายามเข็น “ลูกเล่น” ใหม่ๆ ออกมาเพิ่มเติม แต่ก็คงเป็นเพียงได้แค่ยื้อกระแสไม่ให้การเคลื่อนไหวจบเร็วจนเกินไป
เมื่อข้อเรียกร้องจากพลังมวลชนที่กดดันให้ “ยุบสภา” ถูกปฏิเสธแบบนิ่มนวลจากนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีพรรคร่วมรัฐบาลคอยหนุนหลังอย่างพร้อมเพรียง โอกาสที่จะใช้พลังมวลชนสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
การเคลื่อนไหวต่อจากนั้นจึงเป็นเพียงแค่ “สีสัน” ที่ไม่มีผลต่อความเป็นไปของรัฐบาลได้ แม้จะเคลื่อนไหวตามแผนดาวกระจาย ไปกดดันนายกฯ ถึงกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ก็ทำได้เพียงแต่สร้างความปั่นป่วนให้กับการจราจร ในกรุงเทพฯ
แม้แกนนำเสื้อแดงจะประกาศยกระดับการชุมนุม เพิ่มดีกรีความเข้มข้นรุนแรง จนเป็นที่วิตกของคนในสังคม แต่ตราบใดที่รัฐบาลยังประคองตัวยึดแนวทาง “สันติ” ไม่เพลี่ยงพล้ำใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม ก็ยากที่จะส่งผลต่อการชุมนุม
ในทางกลับกัน การประกาศใช้ความรุนแรงยกระดับความเข้มข้นอีกด้านหนึ่งกลับกลายเป็นการสร้างความวิตกกังวลให้กับชาวกรุง ที่ต้องเอาชีวิตมาสุ่มเสี่ยง ซึ่งนับวันมีแต่จะยิ่งฉุดให้ความรู้สึกที่มีต่อกลุ่มผู้ชุมนุมย่ำแย่ลง
ในแง่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม แม้จะเป็นข่าวเรียกความสนใจ กับกิจกรรมต่างๆ แต่ทว่าในผลของการยึดเหนี่ยวให้กลุ่มผู้ชุมนุมเหนียวแน่น หรือให้กลุ่มผู้ชุมนุมหน้าใหม่เข้ามาร่วมชุมนุมเพิ่มเติมดูจะยังไม่เกิดขึ้น
ล่าสุด กับการงัดการทำพิธีเทเลือดยังทำเนียบรัฐบาล และที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ จนกลายเป็นข่าวคราวใหญ่โต ทั้งในและนอกประเทศ แม้สุดท้ายที่สามารถรับบริจาคเลือดจากกลุ่มผู้ชุมนุมได้แค่ 3 แสนซีซี จากที่ตั้งเป้าไว้ 3 ล้านซีซี
แต่ทว่าการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์รูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในสารบบการชุมนุมในเมืองไทย ก็เป็นเพียงแค่อีกหนึ่งสีสันของกลุ่มผู้ชุมนุม ที่ไม่ได้ก่อให้เกิดผลทางด้านการเปลี่ยนแปลง หรือสามารถเขย่าเสถียรภาพของรัฐบาล
สุดท้าย การชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงจึงต้องดำเนินแบบเรื่อยเปื่อย ไร้ทิศทางเป้าหมาย? และส่อจะต้องยืดเยื้อทอดเวลาต่อไป ที่สำคัญจะกลายเป็นปัญหาย้อนกลับมากระทบต่อกลุ่มคนเสื้อแดงเอง
เมื่อรู้ทั้งรู้ว่าการชุมนุมระยะยาว มีแต่จะสร้างปัญหาให้กลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งในแง่จำนวนผู้ชุมนุมที่มีแต่จะร่อยหรอลงเรื่อยๆ หากไม่มีอะไรใหม่ๆ มากระตุ้นความสนใจ ยิ่งในสภาพอากาศที่ร้อนระอุขณะนี้ การต้องมาปักหลักชุมนุมระยะยาว ย่อมส่งผลต่อสุขภาพของผู้ชุมนุม โดยเฉพาะส่วนหนึ่งเป็นผู้สูงอายุ
ที่สำคัญ ต้องมาต่อสู้กับสภาพความอ่อนล้า กับการกิน นอน ขับถ่ายกันข้างถนน ทำให้มีผู้ล้มป่วยจำนวนมากในขณะนี้ ยังไม่รวมกับเสบียง กรังในการบริหารจัดการกลุ่มผู้ชุมนุมที่นับวันมีแต่จะหมดลงไป ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการชี้เป็นชี้ตาย ว่าม็อบจะอยู่สั้น อยู่ยืดเยื้อได้มากน้อยแค่ไหน
ดังนั้น แม้จะประกาศยกระดับการชุมนุมแล้ว แต่หากยังไม่มี “มุข” ใหม่ๆ มาเรียกความสนใจได้มากกว่ามุขเดิมๆ ที่ใช้ไปแล้ว โอกาสจะเลี้ยงกระแส ลากยาวการชุมนุมก็แทบจะริบหรี่ และต้องนับถอยหลังยุติการชุมนุมโดยเร็ว
ดังจะเริ่มเห็นสัญญาณจากการที่ผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มถอนตัว ขณะที่มาตรการปลุกระดมไปรวมตัวกันตามศาลากลางจังหวัดในแต่ละพื้นที่ ก็ถูกเจ้าหน้าที่ภาครัฐเฝ้าระวังจนไม่สามารถทำได้ดังที่ตั้งใจ งานนี้จึงมีแต่เตรียมตัวเก็บข้าวเก็บของกลับบ้าน
แม้แต่ บ.ข.ส. ยังได้รับคำสั่งจาก โสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ให้คอยจัดเตรียมรถไว้บริการรองรับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ประสงค์จะเดินทางกลับ ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจปริมาณรถโดยสารที่จะมารองรับการเดินทางกลับของกลุ่มผู้ชุมนุม
ทว่า ยังต้องมองข้ามช็อตไปยัง “ศึกใหญ่” ในเวทีรัฐสภา ในจังหวะที่รัฐบาลกำลังอ่อนล้าจากการทุ่มเทพละกำลังไปรับมือกับการเฝ้าระวังกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งจะช่วยผนึกกำลังเสริมแรงกดดันรัฐบาล ทั้งในสภาและนอกสภา ในจังหวะที่เหล็กกำลังร้อนได้ที่พร้อมจะถูกตี
ไม่ว่าจะเป็นศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จ่อคิวรอรับไม้ต่อ หลังกลุ่มผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม พรรคเพื่อไทยก็จะยื่นเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภา หลังสัญญาณยุบสภาไม่มีความคืบหน้า จึงจำเป็นต้องใช้เวทีรัฐสภามาตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาล
โดยเฉพาะสารพัดโครงการส่อทุจริตทั้งหลาย ผ่านงบประมาณจำนวนมหาศาลจากแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ที่ฝ่ายค้านหยิบยกมาโจมตีรัฐบาลตลอดเวลาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นแผลที่จับต้องได้ และจะส่งผลสะเทือนต่อรัฐบาลได้โดยตรง
งานนี้คือคงได้แต่รอจับตาดูว่า แกนนำเสื้อแดงจะงัดกลยุทธ์อะไรมาทิ้งทวน? เพื่อปิดเกมการชุมนุม พร้อมเปิดทางให้กับการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลผ่านเวทีรัฐสภาที่จะรับไม้ต่อเผด็จศึกรัฐบาล







