posttoday
"ธิดา"โชว์โมเดลการศึกษา

"ธิดา"โชว์โมเดลการศึกษา

14 สิงหาคม 2555

"ธิดา"วิจารณ์แหลกระบบการศึกษาชี้สภาการศึกษาควรสำรวจตัวเองว่าทำอะไรกับนร.ไทยก่อนจะมากลัวนปช.

โดย...ทีมข่าวการเมือง

"ธิดา"โชว์โมเดลการศึกษา

ถูกถล่มอย่างหนักด้วยข้อหานำการเมืองครอบงำการศึกษา ภายหลัง สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ ลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาที่คับคั่งไปด้วยนักวิชาการสายเสื้อแดง

ร้อนถึง “แดงตัวแม่” ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ออกมาปฏิเสธไม่รับตำแหน่งก่อนหน้านี้ พร้อมกับ “สอนมวย” ระบบการศึกษาไทย ผ่านรายการเหลียวหลังแลไปข้างหน้า ทางเอเชียอัพเดท เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา

ก่อนที่ ธิดา วิพากษ์ปัญหาระบบการศึกษาไทย ได้วิจารณ์สภาการศึกษาไทยที่เธอปฏิเสธไม่รับตำแหน่งว่า สภาการศึกษาไม่สมาร์ตหรือไม่ฉลาด เพราะเป็นที่รวมของคนที่มาพูดเรื่องโก้ๆ แล้วทำไม่ได้หรือทำแล้วไม่มีผล ตั้งมาก็เพื่อมากินเบี้ยประชุม ถ้าไม่ได้เอาผลของสภาการศึกษามาใช้ก็ไม่มีประโยชน์ ไม่ต่างกับคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

ธิดา กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ สร้างระบบโอเน็ต-เอเน็ต เพื่อป้องกันระบบการติวเข้มนอกโรงเรียน แต่แทนที่ระบบดังกล่าวจะลดลง แต่กลับวิกฤตหนักขึ้น เดิมติวเฉพาะสอบเข้า แต่วันนี้กลับติวกันตั้งแต่ชั้นอนุบาล ซ้ำมาตรฐานคะแนนสอบยังตกเกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตามเห็นว่าไม่สมควรโทษผู้เรียน แต่ควรหันกลับมาพิจารณาตัวผู้สอนมากกว่าว่ามีคุณภาพพอหรือไม่

“ลีกวนยู (อดีตนายกรัฐมนตรีประเทศสิงคโปร์) บอกว่า เด็กสิงคโปร์ไม่มีใครโง่ เก่งทุกคน แต่ต้องโทษครูว่าสอนอย่างไรเด็กถึงสอบตกทั้งหมด เมื่อหันมามองแล้วเด็กไทยจะโง่ได้อย่างไร ดังนั้นวิธีแก้ก็ต้องแก้ที่ครูผู้สอน แต่ถามว่าต้องโทษครูทั้งหมดไหม ก็ไม่ใช่ ต้องไล่ขึ้นไปยังสภาการศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการในฐานะผู้วางนโยบาย”

ธิดา มองกระทรวงศึกษาธิการว่ายังเต็มไปด้วยแนวคิดอนุรักษนิยมที่เป็นผลพวงจากระบอบอำมาตย์และเผด็จการสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยจอมพลสฤษดิ์ มองว่า แนวคิดที่สามารถต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ได้คือ แนวคิดอนุรักษนิยม จึงทำให้กระทรวงศึกษาธิการถูกปลูกฝังความคิดล้าหลังมาจนถึงปัจจุบัน

“สงสัยไหมว่าทำไมโรงเรียนสาธิตจึงมีคุณภาพ เป็นเพราะได้เศษเสี้ยวความคิดของเสรีนิยมเข้ามา ผู้สอนกับนักเรียนเหมือนเป็นเพื่อนกัน มีความเสมอภาคที่ไม่ห่างกันมาก นักเรียนจึงกล้ายกมือถาม ปรากฏว่าความใกล้ชิดระหว่างครูและนักเรียนทำให้ผลการเรียนดี เพราะเขาไม่รู้สึกว่าถูกบังคับให้เรียน แต่รู้สึกว่ารื่นรมย์ เพราะมาเรียนกับครูที่รัก ถามว่าโรงเรียนแบบนี้เป็นเสื้อแดงหรือ เป็นคอมมิวนิสต์หรือ มันไม่ใช่ แต่มันเป็นแบบอเมริกัน และโรงเรียนยังคงรักษาท่วงทำนองความเสมอภาคของแนวคิดเสรีนิยมไว้จนถึงช่วงหลัง”

ถามว่าจะมีครูแบบนี้ใน “โรงเรียน นปช.” หรือไม่? ธิดา ตอบว่า โรงเรียน นปช.เป็นโรงเรียนของนักต่อสู้ คนเป็นครูเก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นนักต่อสู้ที่ผ่านการปฏิบัติจริง ต้องเรียนรู้ทฤษฎีและหลักการต่อสู้ของภาคประชาชนว่ามีที่มาอย่างไรตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ผู้ที่มีประสบการณ์พฤษภาฯ ’35 ก็จะเป็นหนึ่งองค์ความรู้ กลุ่มคนที่ผ่านเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ ก็จะเป็นอีกองค์ความรู้ ต้องแยกจากกันและสรุปบทเรียนให้ได้

“สภาการศึกษาของไทยคุณต้องกลับไปสำรวจตัวเอง อย่ามากลัวว่า นปช.จะไปทำอะไรโรงเรียนของพวกคุณ ทีพวกคุณทำอะไรกับนักเรียนจนนักเรียนกลายเป็นแบบนี้ สำนึกกันบ้างหรือไม่ เรากำลังพูดระหว่างอนุรักษนิยมกับเสรีนิยม ดูตัวอย่างสาธิตกับโรงเรียนทั่วไป จะเห็นว่าแนวคิดเสรีนิยมก็ทำให้เกิดความแตกต่างแล้ว”

“นี่ยังไม่ต้องพูดถึงโรงเรียน นปช.ที่เป็นโรงเรียนการเมืองของนักต่อสู้ที่มีเเนวคิดเสรีนิยม พูดตรงๆ ว่าต่อให้คุณจบดอกเตอร์ไม่ว่าเป็น กนก วงษ์ตระหง่าน สส.พรรคประชาธิปัตย์ (รมว.ศึกษาธิการ (เงา) ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ (เลขาธิการสภาการศึกษาทางเลือก) รวมทั้ง สมพงษ์ จิตระดับ (ครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) อย่างนี้ไม่มีมาตรฐาน มาเป็นครู นปช.ไม่ได้ เพราะว่าคุณไม่ใช่นักต่อสู้ของประชาชน” ธิดา ระบุ

สุดา รังกุพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหนึ่งในผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการสภาการศึกษา ให้ความเห็นว่า สิ่งสำคัญที่ควรปฏิรูปในวงการศึกษาไทย คือ การปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานในตำราเรียนโดยบรรจุเนื้อหาด้าน สิทธิ เสรีภาพและสิทธิมนุษยชน ยกตัวอย่างเช่น การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเปลี่ยนเนื้อหาประวัติศาสตร์ในตำราให้เด็กไทยเข้าใจประเทศเพื่อนบ้านโดยยึดหลักการเคารพในสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคที่เท่าเทียมกัน เป็นการถอดอคติที่เห็นประเทศเพื่อนบ้านในเพียงมิติเดียวมาตลอด
                
สุดา มองว่า สถาบันการศึกษาควรจะปรับบทบาทตัวเองให้ลดลงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้เรียน และมอบกลไกทางความรู้และเครื่องมือแก่ผู้เรียนให้ไปคิดต่อยอดได้เอง การคิดได้ด้วยตนเองผ่านการยึดหลักสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมกัน คือ ระบบการเรียนที่ควรจะเป็นในสังคมโลกสมัยใหม่ ซึ่งที่ผ่านมานักวิชาการทำผลงานวิจัยตลอดแต่กลับไปไม่ถึงตำราเรียน
สุดา ยังกล่าวถึงนักวิชาการที่ออกมาระบุว่าไม่ควรนำบุคคลที่มีความคิดสุดโต่งทาง การเมืองเข้ามาครอบงำสภาการศึกษาว่า ไม่อยากฟันธงว่ากรณีนี้เป็นความขัดแย้งระหว่างแนวคิดอนุรักษนิยมและเสรีนิยมหรือไม่ แต่เข้าใจได้ว่าคนที่ยึดติดในสังคมระบบเก่าย่อมไม่สามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้ อย่างไรก็ตามมองว่าวันนี้ความคิด 2 ขั้วต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ เพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างสันติของสังคม
           
ทั้งนี้ สุดายังทิ้งท้ายว่า กลุ่มบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเข้าไปในสภาการศึกษาไม่ได้สังกัดในองค์กรที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นย่อมมีสิทธิในการเข้าไปทำงานในคณะกรรมการได้ มีสิทธิที่จะนำทรรศนะและประสบการณ์ส่วนตนไปแชร์เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจที่ ดีที่สุดของสภาการศึกษา อีกทั้งคณะกรรมการเป็นองค์กรตามประชาธิปไตยที่โปร่งใส หากข้องใจสิ่งใดก็สามารถตรวจสอบได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท