
ไล่รีดภาษีเช่าพระเครื่อง
สรรพากรไล่บี้ภาษีร้านเช่าพระ ไม่เข้าระบบโดนเก็บย้อนหลัง
สรรพากรไล่บี้ภาษีร้านเช่าพระ ไม่เข้าระบบโดนเก็บย้อนหลัง
แหล่งข่าวจากชมรมเช่าพระเครื่อง เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรได้ประสานกับชมรมเช่าพระเครื่องในแต่ละพื้นที่ เพื่อขอให้ผู้เช่าพระเครื่องยื่นแบบชำระภาษี หากไม่ดำเนินการทางกรมสรรพากรจะประเมินภาษีย้อนหลัง แต่หากยื่นแบบเข้ามาอยู่ในระบบให้ถูกต้องจะประเมินภาษีเฉพาะรายได้ในปีล่าสุดเท่านั้น
ทั้งนี้ ผู้เช่าพระเครื่องมีความกังวลต่อการแสดงรายได้เพื่อเสียภาษีเป็นอย่างมาก เพราะผู้เช่าพระเครื่องมีทั้งให้เช่าพระเองโดยตรง และเป็นตัวกลางในการเช่าพระให้กับผู้อื่นหรือเซียนพระ ซึ่งหากยื่นเสียภาษีอาจจะมีการสาวไปถึงเจ้าของพระตัวจริง ซึ่งอาจทำให้วงการเช่าพระซบเซาได้
นางจิตรมณี สุวรรณพูล รองอธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ร้านเช่าพระเครื่องเชิงพาณิชย์ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเหมือนการค้าทั่วๆ ไป และเป็นที่รับรู้กันว่าธุรกิจการเช่าพระเครื่องมีมูลค่าที่สูงหลักล้านบาทต่อองค์ แต่การตรวจสอบเป็นไปได้ยาก เพราะกรมสรรพากรต้องเชื่อตามที่ผู้เสียภาษีแจ้ง การดึงแผงพระเครื่องให้เสียภาษีนั้นเป้าหมายสำคัญ คือ ต้องการให้ผู้เช่าพระเครื่องทั้งหมดเข้ามาอยู่ในระบบ ส่วนจะเสียภาษีมากหรือน้อยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
รองอธิบดีกรมสรรพากร ยังกล่าวว่า กรมสรรพากรมีนโยบายขยายฐานภาษีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะที่อยู่นอกระบบภาษี โดยที่ผ่านมาได้เน้นในกลุ่มที่ซื้อขายทางออนไลน์ให้เข้ามาอยู่ในระบบภาษีที่ถูกต้อง เพราะจากการตรวจสอบพบว่า มีธุรกรรมและการซื้อขายสินค้ามีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นทุกวัน
นอกจากนี้ นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร ยังมีนโยบายให้ผู้เสียภาษีที่อยู่นอกระบบเข้ามาเสียภาษีให้ถูกต้อง กรมสรรพากรจะคิดภาษีย้อนหลังเพียง 1-2 ปี แต่หากให้กรมสรรพากรไปตรวจพบจะเอาความผิดภาษีย้อนหลัง 5 ปี พร้อมทั้งค่าเบี้ยปรับเงินเพิ่มเต็มจำนวน โดยไม่มีการลดหย่อนให้
สำหรับการเก็บภาษีของกรมสรรพากรในรอบ 9 เดือน ปีงบประมาณ 2555 มีจำนวน 1.13 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายร่วม 5,300 ล้านบาท







