posttoday
'รัสเซีย'ขู่'ไทย'เลิกใช้'แร่ใยหิน'กระทบความสัมพันธ์

'รัสเซีย'ขู่'ไทย'เลิกใช้'แร่ใยหิน'กระทบความสัมพันธ์

13 สิงหาคม 2555

เม็ดเงินมูลค่าหลายพันล้านบาท คือ มูลค่าที่ธุรกิจข้ามชาติจะต้องสูญเสีย หากประเทศไทยสามารถคุมเข้มห้ามใช้และห้ามนำเข้า “แร่ใยหิน”

โดย... ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

เม็ดเงินมูลค่าหลายพันล้านบาท คือ มูลค่าที่ธุรกิจข้ามชาติจะต้องสูญเสีย หากประเทศไทยสามารถคุมเข้มห้ามใช้และห้ามนำเข้า “แร่ใยหิน” ได้ตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ปี 2553 ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ ดำเนินการให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน และที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบแนวทางดังกล่าว เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2554

มาตรการคุกคามกดดันผ่านรัฐบาลไทย จึงเกิดขึ้นเพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ในทุกรูปแบบ

“ประเทศรัสเซียทำหนังสือถึงรัฐบาลไทย ว่า หากประเทศไทยยกเลิกใช้แร่ใยหินจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเสียไป” นพ.สมเกียรติ ศิริรัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าว

'รัสเซีย'ขู่'ไทย'เลิกใช้'แร่ใยหิน'กระทบความสัมพันธ์

 

ที่ผ่านมาประเทศผู้ส่งออกแร่ใยหินรายใหญ่ อาทิ รัสเซีย แคนาดา ได้ยกอ้างข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับสินค้า แต่ทว่าเป็นข้อมูลที่ผ่านการบิดเบือนข้อเท็จจริง

มัวรีน อี. เบอร์มิ่งแฮม ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย บอกว่า WHO มักถูกธุรกิจแร่ใยหินนำไปอ้างในทางที่ผิดอยู่เสมอ ขอยืนยันว่าแร่ใยหินอันตรายไม่ว่าจะสัมผัสในปริมาณเท่าใด และจุดยืนที่แท้จริงของ WHO คือ ให้หยุดการใช้แร่ใยหินทุกชนิด สนับสนุนให้ใช้วัสดุทดแทนอื่นที่ปลอดภัยกว่า ตลอดจนป้องกันการสัมผัสกับแร่ใยหินที่มีอยู่เดิม และในระหว่างการรื้อให้อยู่ในระดับต่ำสุดเท่าที่จะทำได้

“แร่ใยหินก่อให้เกิดมะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียงและมะเร็งไข่ ขณะนี้มีคนจำนวนกว่า 125 ล้านคน ที่กำลังสัมผัสแร่ใยหินผ่านวัสดุก่อสร้าง ซึ่งทุกรายสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทบทั้งสิ้น” มัวรีน กล่าว

ในขณะที่รัฐบาลยังไม่สามารถควบคุมการใช้แร่ใยหินได้อย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากได้ออกประกาศเพิ่มเติม 2 ฉบับ เพื่อกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

ธุรกิจแร่ใยหินต่อสู้โดยยื่นฟ้องให้เพิกถอนประกาศต่อศาลปกครองกลาง โดยอ้างว่าประกาศทั้งสองฉบับไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีข้อมูลทางการแพทย์มาสนับสนุน

ทว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลพิพากษา “ยกฟ้อง”

ศาลให้เหตุผลประกอบว่า 1.การออกประกาศฯ เป็นการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ไม่เป็นการกระทำที่ขัดกับ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย เนื่องจากมีการหารือประเด็นข้อกฎหมายกับกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว

2.การออกประกาศมีการรับฟังข้อมูลทางวิชาการ ตลอดจนข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับอันตรายของแร่ใยหินจากนักวิชาการ WHO นอกจากนี้รายงานทางการแพทย์ยังพบผู้เสียชีวิตจากมะเร็งเยื่อหุ้มปอด

3.การกำหนดให้ระบุคำเตือนนั้น เพื่อมุ่งที่จะคุ้มครองผู้บริโภคที่ใช้หรือเกี่ยวข้องกับสินค้า การออกฉลากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ไม่ได้มีเจตนาที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสินค้า ไม่ทำให้ผู้ประกอบการเสียโอกาสทางธุรกิจแต่อย่างใด

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท