
บิ๊กกีฬาเต้นชวดทอง ถกเครียดหาสารพัดวิธีกู้หน้า
ผู้ใหญ่ในวงการกีฬานัดประชุมเครียด ปรับแผนการเตรียมทีมสร้างทัศนคตินักกีฬาใหม่ หลังปิดฉากลอนดอนเกมส์
ผู้ใหญ่ในวงการกีฬานัดประชุมเครียด ปรับแผนการเตรียมทีมสร้างทัศนคตินักกีฬาใหม่ หลังปิดฉากลอนดอนเกมส์
ทำได้เพียง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง จากความหวังไว้ถึง 2 เหรียญทอง แต่เชื่อว่านักกีฬาทุกคนก็ลงแข่งอย่างสุดฝีมือแล้ว จนเป็นที่ชื่นชอบของคนไทยและชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น
ธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทย ยอมรับว่า สมาคมที่ทำผลงานได้ดีก็ยังเป็นหน้าเดิมๆ และมีแบดมินตันที่ก้าวขึ้นมา
“ทุกฝ่ายต้องกลับไปหารือวิเคราะห์ปัญหาและแก้ไข เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโอลิมปิกอีก 4 ปีข้างหน้าแต่เนิ่นๆ” ธนา กล่าว
นอกจากนี้ เรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬาและโภชนาการก็เป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ธนามองว่า นักกีฬาไทยยังไม่ค่อยให้ความสำคัญและควรปรับความคิดใหม่
“สังเกตจากห้องยิมในหมู่บ้านนักกีฬา ซึ่งใหญ่มาก อุปกรณ์ครบครัน ช่วงเช้ามีนักกีฬาต่างชาติเข้ามาใช้เยอะมาก แต่ไม่มีนักกีฬาไทยเลย เรื่องอาหารก็เหมือนกัน ชาติเอเชียอย่าง จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เขากินนม กินเนื้อ กินแฮม แต่ของเรายังกินมาม่า น้ำพริก” ธนา กล่าว
ขณะที่ สกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ ยอมรับว่า ผลงานทัพไทยในครั้งนี้ถือว่าน่าผิดหวัง แต่ไม่ใช่เรื่องน่าอาย ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากแผนงานที่ไม่มีการสร้างนักกีฬาอย่างเป็นรูปเป็นร่าง มีแต่แผนงานในการส่งนักกีฬาไปแข่งขัน
ถ้าอยากจะให้ผลงานของนักกีฬาไทยประสบความสำเร็จ สมาคมต้องวางแผนการสร้างนักกีฬาให้ชัดเจน และทุกฝ่ายจะได้จัดงบและวิธีการช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ธเนศ เครือรัตน์ สส.ศรีสะเกษ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า เตรียมเชิญผู้บริหารทุกสมาคมกีฬาในประเทศไทย โดยเฉพาะที่ร่วมแข่งกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้มาชี้แจงและหารือถึงสาเหตุที่ทำให้ไทยไม่ได้เหรียญทอง หลังจากไทยสามารถคว้าเหรียญทองได้มาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2539
“ถึงเวลาแล้วที่ต้องหามาตรการในการสนับสนุนกีฬาอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นอย่างปัจจุบัน เพราะถ้าเรายังอยู่เฉยๆ แบบนี้ ประเทศอื่นๆ จะแซงหน้าเราไปหมด” ธเนศ กล่าว
ทั้งนี้ ในวันที่ 14 ส.ค. 2555 เวลา 19.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในงานเลี้ยงต้อนรับนักกีฬาทีมชาติไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่กรุงลอนดอน และกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 3 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน







