
งบรถคันแรกบาน คืนภาษี6หมื่นล้าน
คลังคาดซื้อรถคันแรกกว่า 5 แสนคัน ทำรัฐเสียงบคืนภาษีพุ่งเท่าตัวเป็น 5-6 หมื่นล้าน
คลังคาดซื้อรถคันแรกกว่า 5 แสนคัน ทำรัฐเสียงบคืนภาษีพุ่งเท่าตัวเป็น 5-6 หมื่นล้าน
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง กล่าวว่า จากการประเมินล่าสุดพบว่าเงินงบประมาณที่ต้องจ่ายคืนในโครงการรถคันแรกจะเพิ่มสูงขึ้นถึงเท่าตัว เป็นเงิน 5-6 หมื่นล้านบาท มากกว่า 3 หมื่นล้านบาท ที่ตั้งเป้าไว้เดิม
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ขยายเงื่อนไขในการส่งมอบรถโดยไม่มีกำหนด เพียงแต่ให้จองซื้อรถภายในปีนี้เท่านั้น โดยช่วงเวลาที่เหลือ 5 เดือนก่อนสิ้นปี คาดว่าจะมีผู้มาจองซื้อรถยนต์เพื่อใช้สิทธิรถคันแรกเป็นจำนวนมาก
“มีความเป็นไปได้สูงว่าการคืนเงินรถคันแรกจะสูงกว่าที่ตั้งเป้าถึงสองเท่า เพราะเชื่อว่าเวลาที่เหลือ 5 เดือน จะมีการจองซื้อรถกันอย่างมาก” นายทนุศักดิ์ กล่าว
รมช.คลัง กล่าวว่า โชคดีที่การจ่ายเงินคืนไม่ต้องจ่ายครั้งเดียวทั้งจำนวน เป็นการทยอยจ่ายหลังจากที่ผู้ซื้อรถไปแล้ว 1 ปี ทำให้ไม่เป็นภาระกับงบประมาณมากเกินไป
สำหรับยอดการซื้อรถคันแรกขณะนี้มีจำนวน 4 แสนคัน มาขอใช้สิทธิกับกรมสรรพสามิตแล้ว 1.8 แสนคัน เป็นเงินที่ต้องคืนถึง 8,000 ล้านบาท ซึ่งกว่าจะถึงสิ้นปียอดผู้ซื้อรถใช้สิทธิรถคันแรกจะมากกว่า 5 แสนคัน ที่ตั้งเป้าไว้เดิม
นายทนุศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงยังมีแผนประชาสัมพันธ์โครงการต่างๆ ทั้งรถคันแรก บ้านหลังแรก พักหนี้ดีและบัตรเครดิตเกษตรกรให้กับประชาชนในทุกจังหวัดได้รับทราบ เพื่อที่จะไม่เสียสิทธิการมาใช้มาตรการที่รัฐบาลจัดให้
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากวงการธนาคาร คาดว่า นโยบายของรัฐโดยเฉพาะโครงการรถคันแรก อาจจะสร้างปัญหาหนี้เสียมากขึ้นในอนาคต เพราะคนซื้อรถยนต์จำนวนมาก มีรายได้ไม่สูงมากนัก หากขาดสภาพคล่องก็คงจะตัดสินใจหยุดการผ่อนชำระค่ารถเป็นสิ่งแรก
ก่อนหน้านี้ นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29 (มอเตอร์เอ็กซ์โป) คาดว่าปีนี้น่าจะมียอดจองซื้อรถยนต์จากโครงการรถคันแรกไม่น้อยกว่า 1 หมื่นคัน จึงปรับเป้าจองรถยนต์จากงานนี้เพิ่มขึ้นเป็น 4.5-5 หมื่นคัน หรือสูงกว่าปีก่อน 20-25%







