
โพลพบแม่รุ่นใหม่เผชิญปัญหาเลี้ยงลูกมากขึ้น
สถาบันรามจิตติเผยโพลวันแม่พบแม่รุ่นใหม่มาแนวโน้มเผชิญปัญหาโดดเดี่ยวมากกว่าแม่รุ่นก่อน ขาดการถ่ายทอดภูมิปัญญาการเลี้ยงลูก
สถาบันรามจิตติเผยโพลวันแม่พบแม่รุ่นใหม่มาแนวโน้มเผชิญปัญหาโดดเดี่ยวมากกว่าแม่รุ่นก่อน ขาดการถ่ายทอดภูมิปัญญาการเลี้ยงลูก
นายอมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาสถาบันรามจิตติ เปิดเผยผลการสำรวจสภาวการณ์ “แม่กับการเลี้ยงดูลูกวัยรุ่น” ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ โดยสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างคุณแม่ทั่วประเทศ 1,200 คน และลูกวัยรุ่นอีกจำนวน 1,200 คน พบว่า แม่รุ่นใหม่ในกลุ่มอายุ 30 - 50 ปี แม้โดยเฉลี่ยจะมีการศึกษาสูงขึ้นกว่าแม่รุ่นก่อนที่อายุ 50 ปีขึ้นไป แต่กลับมีปัญหาการเลี้ยงลูกมากกว่าคนสมัยก่อน
ทั้งนี้เนื่องจากแม่รุ่นใหม่ได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาการเลี้ยงลูกจากคนรุ่นก่อนน้อยกว่า โดยมีแม่ที่ได้รับการถ่ายทอดเพียงร้อยละ 69 ในขณะที่แม่ที่อายุ 50 ปีขึ้นไปได้รับถ่ายทอดเรื่องนี้ถึงร้อยละ 82
อย่างไรก็ตามแม่รุ่นใหม่กลับรู้สึกว่ามีแหล่งค้นคว้าข้อมูลการเลี้ยงลูกดีกว่าคนรุ่นก่อน โดยเฉลี่ยร้อยละ 70 ระบุว่ามีแหล่งค้นคว้าค่อนข้างมากถึงมาก เทียบกับแม่รุ่น 50 ปีที่ระบุแบบเดียวกันเพียงร้อยละ 64 โดยเฉพาะแม่ที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่าเฉลี่ยถึงเกือบร้อยละ 80 บอกว่ามีแหล่งค้นคว้าหาความรู้เรื่องการเลี้ยงลูกค่อนข้างมากถึงมากจากแหล่งเรียนรู้สมัยใหม่
ขณะที่สภาพสังคมในปัจจุบันที่โครงสร้างครัวเรือนเปลี่ยนแปลงไปกลายมาเป็นครอบครัวเดี่ยวที่มีเพียงพ่อแม่ลูกมากขึ้น ส่งผลให้แม่รุ่นใหม่โดดเดี่ยวมากขึ้นนอกจากขาดการถ่ายทอดความรู้ในการเลี้ยงดูลูกจากรุ่นสู่รุ่นแล้ว
นอกจากนี้ผลการสำรวจพบว่าแม่รุ่นใหม่โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 40 ปีลงมาถึงร้อยละ 40 ระบุว่าพ่อมีช่วยเลี้ยงลูกค่อนข้างน้อยถึงน้อย และในแม่กลุ่มอายุเดียวกันที่ระบุว่าพ่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกก็มีเพียงร้อยละ 68 เทียบกับแม่รุ่น 40 ปีขึ้นไปที่ระบุในเรื่องเดียวกันถึงร้อยละ 81 ประเด็นเรื่อง พ่อไปไหนไม่ช่วยเลี้ยลูก จึงเป็นประเด็นหนึ่งที่น่ารณรงค์ให้พ่อมีบทบาทในการเลี้ยงลูกและเป็นแบบอย่างให้ลูกทัดเทียมแม่มากขึ้น
นอกจากช่วงอายุของแม่ที่อธิบายความแตกต่างในการเลี้ยงลูกแล้ว ฐานะทางเศรษฐกิจก็ยังคงมีผลชัดเจนเช่นกัน โดยผลการสำรวจพบว่าแม่ในกลุ่มรายได้น้อยกว่า 50,000 บาทต่อปีลงมาประสบข้อจำกัดมากกว่าแม่ที่รายได้สูงกว่าในแทบทุกเรื่องทั้งการให้เวลา การพูดคุย การอบรมสั่งสอน ไปจนถึงการดูแลอาหารการกินของลูก ซึ่งสะท้อนความต้องการชัดเจนในเรื่องที่รัฐบาลจะต้องเร่งพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือแม่ในภาวะยากลำบากผ่านกลไกชุมชนท้องถิ่นให้เป็นยุทธศาสตร์ด้านครอบครัวเพราะคาดว่าจะมีแม่ถึงกว่าร้อยละ 40 ในสังคมไทยที่อยู่ในภาวะตีนถีบปากกัดทางเศรษฐกิจในขณะที่ต้องเลี้ยงลูกไปพร้อมกัน
ส่วนประเด็นที่น่าสนใจและเป็นความห่วงใยร่วมของคนเป็นแม่ที่มีลูกวัยรุ่นยุคนี้ คือเรื่องการใช้ชีวิตอยู่กับสื่อต่างๆ ที่ยังคงเป็นประเด็นน่าห่วง เรื่อง สื่อดราม่าคร่าความบริสุทธิ์เด็ก เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ควรรณรงค์กับภาคสื่ออย่างจริงจัง โดยแม่ถึงร้อยละ 61 เห็นว่าสื่อดราม่าพวกหนัง ละครที่เต็มไปด้วยฉากความรุนแรง หรือล่อแหลมทางเพศสร้างค่านิยมที่ไม่ดีให้ลูก
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่อง “ลูกเปลี่ยนไปในโลกมือถือและอินเตอร์เน็ต” โดยมีแม่ร้อยละ 62 ที่รู้สึกว่าสื่อสมัยใหม่ต่างๆ เช่น อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ เกมคอมพิวเตอร์ ได้แย่งเวลาลูกไปจากตน ไม่เพียงเท่านั้นแม่ส่วนใหญ่ยังมีเรื่องที่กังวลมากอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่อง “ลูกเดี๋ยวนี้เห็นเพื่อนดีกว่าพ่อแม่” โดยแม่ถึง 2 ใน 3 หรือร้อยละ 66 เป็นห่วงเรื่องการคบเพื่อนของลูกวัยรุ่นที่อาจมีอิทธิพลกับลูกเสียยิ่งกว่าคำสอนตักเตือนของพ่อแม่และอาจนำไปสู่การชักชวนกันทำพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ
ที่น่าสนใจพอๆ กันคือความเห็นความรู้สึกของลูกวัยรุ่นในวันแม่ ลูกวัยรุ่นส่วนใหญ่มักรู้สึกว่าแม่เป็นห่วงลูกมากเกินไป และลูกมักเห็นว่าแม่กลายเป็นคนขี้บ่นจุกจิก และเรื่องหลายเรื่องที่แม่รู้สึกว่าแม่ทำหน้าที่นั้นได้ค่อนข้างมากหรือดีแล้ว ความเห็นลูกกลับเห็นกลับเห็นว่าแม่ทำหน้าที่นั้นในอัตราส่วนที่น้อยกว่าอย่างชัดเจน เช่นแม่ร้อยละ 77 ระบุว่าตนทำหน้าที่ให้คำปรึกษากับลูกได้เหมือนเพื่อน ขณะที่มีลูกเพียงร้อยละ 65 รู้สึกว่าสามารถพูดคุยและปรึกษาแม่ได้เหมือนเพื่อน เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่แม่สมัยนี้อาจะยังทำน้อยไปและอาจต้องปรับตัวให้มากขึ้น เช่น การรู้จักกลุ่มเพื่อนสนิทของลูกซึ่งมีแม่เพียงร้อยละ 63 ระบุว่ารู้จักกลุ่มเพื่อนของลูกดี และมีแม่เพียงร้อยละ 59 ที่ร่วมกิจกรรมกับทางโรงเรียนของลูก นอกจากนี้มีแม่เพียงร้อยละ 68 ที่กอดลูกสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในประเด็นหลังนี้เป็นสิ่งที่ลูกๆ วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยอยากได้จากแม่ในวันแม่ ในขณะที่เรื่องที่แม่ขอจากลูกในวันแม่มักเป็นเรื่องให้ลูกเป็นเด็กดีทำหน้าที่ให้ดี ตั้งใจเรียน อย่าคบเพื่อนชั่ว อย่ายั่วโมโหแม่ แต่คำขอจากลูกในวันแม่อาจมีเพียงสั้นๆ คือ “แม่จ๋ากอดลูกหน่อย” เท่านั้น







