
ลดทีโออาร์น้ำไม่ช่วยคนไทย
ต่อตระกูลชี้กรอบ60วันสำเร็จยาก เชื่อจีนได้เปรียบทำล่วงหน้าไปแล้ว
ต่อตระกูลชี้กรอบ60วันสำเร็จยาก เชื่อจีนได้เปรียบทำล่วงหน้าไปแล้ว
ประธานกลุ่มวิศวกรเพื่อชาติ ชี้ลดทีโออาร์ชิง 3 แสนล้าน จัดการน้ำไม่ช่วย เอกชนไทยได้ประมูล
นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานกลุ่มวิศวกรเพื่อชาติ เปิดเผยว่า บริษัทเอกชนไทยยังจะไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการการลดวงเงินค่าประสบการณ์ของบริษัทเอกชน ที่เสนอโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ลงเหลือ 10% ต่อ 1 หมวดโครงการในทุกโครงการ เพื่อเปิดทางให้เอกชนของไทยสามารถเสนอร่างทีโออาร์และเข้าร่วมประมูลโครงการได้
ทั้งนี้ แม้จะมีบริษัทในประเทศไทยจะเข้าร่วมจัดทำร่างกรอบแนวคิด ภายในเวลาที่กำหนดไว้ 60 วัน ก็เชื่อว่าจะยังคงไม่มีบริษัทใดสามารถดำเนินการได้ทัน หากไม่ทราบข้อมูลการจัดการน้ำล่วงหน้าทั้งหมดเพราะตามปกติทั่วไปหากเป็นโครงการขนาดใหญ่ ต้องใช้เวลาศึกษา เขียนแบบและงานด้านเอกสารข้อมูลเป็นปีถึง 2 ปีขึ้นไป
“ที่สำคัญการเสนอทีโออาร์ดังกล่าว เป็นเพียงการประกวดแนวคิดเท่านั้น ไม่มีข้อผูกมัดใดว่ารัฐบาลจะต้องให้งานออกแบบและก่อสร้างแก่บริษัทที่ชนะ และอาจต้องใช้เงินกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไปในการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทเล็กๆ ไม่มีใครกล้าลงทุน” นายต่อตระกูล กล่าว
การที่รัฐบาลไทยและจีนลงนามทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ว่า โครงการพัฒนาระบบจัดการน้ำทั้งประเทศอยู่ในความร่วมมือระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศ โดยเริ่มจากการให้ฝ่ายจีนศึกษากรอบคิดและความเป็นไปได้ทั้งระบบก่อน ซึ่งเริ่มดำเนินการไปกว่าครึ่งปีแล้วและเชื่อว่ามีข้อเสนอที่เกือบจะสมบูรณ์รอส่งอยู่แล้ว
ขณะที่รายอื่นมีเวลาเพียง 60 วันเท่านั้น จะไปสู้จีนได้อย่างไร ซึ่งโดยมารยาทในการประมูล จีนซึ่งถือว่าได้เปรียบผู้ประมูลรายอื่นเพราะทราบรายละเอียดในทีโออาร์ล่วงหน้า ควรจะถอนตัวจากการประมูลครั้งนี้
นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำ กล่าวว่า การปรับลดเงื่อนไขดังกล่าว ไม่น่าจะเกิดประโยชน์ต่อการตัดสินใจเข้าร่วมประมูลโครงการ เนื่องจากบริษัทที่มีประสบการณ์ด้านการจัดน้ำมีเพียงไม่กี่แห่ง ขณะที่รายละเอียดของแนวความคิดในการจัดการน้ำที่ระบุไว้ในทีโออาร์ยังเป็นเพียงเนื้อหากว้างๆ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างแรงจูงใจ ดึงดูดให้บริษัทเล็กๆ เข้ามาร่วมประมูล
นอกจากนี้ เนื่องจากยังไม่มีเรื่องของการศึกษาผลกระทบของโครงการควบคู่ไปด้วย จะส่งผลให้บริษัทที่เข้ามาประมูลเกิดความลังเลว่า โครงการที่ออกแบบมาแล้ว และเข้ายื่นประมูลไปแล้วจะได้ก่อสร้างหรือไม่
“การปรับทีโออาร์ดังกล่าว ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลย เพราะไม่ได้ลดความคลุมเครือของโครงการนี้ลดลงเลย โดยเฉพาะการไม่ศึกษาความเหมาะสมของโครงการ” นายหาญณรงค์ กล่าว







