posttoday
"อย่าห่วง...เรื่องไม่เป็นกลาง"

"อย่าห่วง...เรื่องไม่เป็นกลาง"

11 สิงหาคม 2555

ตลอดการสนทนากับ “นิคม ไวยรัชพานิช” หลายครั้งเจ้าตัวขออนุญาตรับโทรศัพท์ที่เข้ามาเป็นระยะในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกประธานวุฒิสภา

ตลอดการสนทนากับ “นิคม ไวยรัชพานิช” หลายครั้งเจ้าตัวขออนุญาตรับโทรศัพท์ที่เข้ามาเป็นระยะในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกประธานวุฒิสภา

เสียงจากต้นสาย ถ้อยคำที่รองฯ นิคม ตอบ ทำให้เดาไม่ยากว่าเป็นการสนทนาเรื่องการเลือกตั้งประธานวุฒิสภา

“อืม อืม เออ เออ โอเค ติดตามกันต่อไป...ได้ๆๆๆๆ”

“อืมๆๆ โอกาสพลาดมี เนี่ยๆ ใช่ ถูกต้อง”

“มองเหมือนกัน เวลานี้มีพรรคพวกบอกว่าถ้าออกจะไม่ลงคะแนนให้!!”

“อ่ะหะ ได้เลย โอเคครับ สวัสดีครับ”

ช่วงนี้รับโทรศัพท์หนัก? นิคมตอบไม่อ้อมค้อม “ใช่ๆ หนักไปบวชดีกว่า เครียดนะ คนยิ่งอยู่สูงยิ่งหนาว แต่ถามว่าคนที่ผ่านมาประสบการณ์มาแล้วอย่างผมก็พอรับไหว”

การเลือกตั้งประธานวุฒิสภาครั้งนี้จะได้รู้กันใช่หรือไม่ว่าใครเป็นเพื่อนแท้? คำตอบที่ได้จากนิคมคือ “ใช่ครับ เพื่อนแท้เพื่อนเทียม ถ้าเป็นผมเมื่อมันมีใจกันก็รักกันแล้วก็ให้เลยโดยที่คุณไม่ต้องมาขอผม ผมรักใครรักเลย แต่ถ้าไม่ใช่ ชอบใครก็คบน้อยหน่อย แต่ไม่ถึงขั้นเกลียดกัน งานการเมืองไม่มีสิทธิจะไปเกลียดใคร เพราะการสร้างศัตรูจะทำให้ตัวเองเป็นคนหม่นหมอง เพราะต้องคอยคิดแก้แค้นตลอดเวลา”

“ไม่รู้ว่าจะมีเพื่อนแท้เหลืออยู่อีกกี่คนก็ไม่รู้ หรืออาจทำให้คนเกลียดขี้หน้าไปอีกเยอะ ผมเหลือวาระอีกปีกว่าก็ทนๆ ไปหน่อยเถอะ”

ความคลางแคลงใจถึงความสัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทยผ่านการโหวตสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เจ้าตัวไขข้อสงสัยนี้ว่า “ถ้าผมพูดว่าพรรคการเมืองไม่ได้เข้ามาในวุฒิสภาเลยผมก็เป็นคนหลอกตัวเอง แต่เป็นเพียงความเกี่ยวพันในเรื่องการพิจารณากฎหมายและการทำงานอื่นๆ ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนทั้งของท่านอภิสิทธิ์หรือท่านยิ่งลักษณ์ อะไรที่เป็นนโยบายที่ดีก็โหวตให้ อะไรดีก็ต้องสนับสนุน อะไรไม่ดีก็ต้องติ พวกท่านไปแถลงนโยบายรัฐบาลที่กระทรวงการต่างประเทศ ผมยังต้องไปเลย แม้ความจริงผมจะไม่เห็นด้วย”

“นโยบายผู้สูงอายุผมก็เห็นด้วยโหวตให้ แต่พรรคนี้นโยบายมันเยอะ พอเราทำงานไปส่งเสริมรัฐบาลก็ถูกมองว่าผมเป็นพรรคเพื่อไทย หรืออย่างการโหวตรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าในใจทุกคนอยากให้มีการแก้ไข กลุ่ม สว.ที่ไม่อยากให้แก้เพราะพวกเขาได้ประโยชน์”

ขณะเดียวกัน นิคมนำเสนอมุมมองในอนาคตหากมีโอกาสได้เป็นประธานวุฒิสภาว่า “ถึงผมจะเหลือวาระอีกปีกว่าๆ ไม่ต้องห่วงผมจะไม่เป็นกลาง 4 ปีที่ผ่านมาย่อมรู้แล้วว่าผมเป็นคนอย่างไร เวลาตั้งปีกว่าๆ ทำอะไรได้เยอะนะครับ ผมเป็นคนทำงานเยอะ”

ส่วนสิ่งที่วุฒิสภาควรต้องเปลี่ยนแปลง นิคมคิดว่าที่ผ่านมาขาดความเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่มีความเป็นสภาของผู้ทรงคุณวุฒิ และผมคิดว่ามีการแสดงออกที่หลายขั้วมากเกินไป ฝ่ายหนึ่งมีจุดเชื่อมโยงกับประชาชน ก็จะห่วงพื้นที่ทำให้อาจดูเสมือนหนึ่งว่าไม่ค่อยทำหน้าที่ในสภา อีกฝ่ายไม่มีความเชื่อมโยงกับประชาชน แต่กลับไปทำหน้าที่เชื่อมโยงกับกลุ่มคนบางกลุ่ม

“ถ้ากลับไปเลือกตั้งเหมือนเดิมระบบนี้มันตอบสังคมได้ และประชาชนควรได้มีสิทธิเท่าเทียมกันในการเลือกตัวประชาชน ผมถามว่าประชาชนในกรุงเทพมหานคร 5.8 ล้านคน คุณมีสิทธิเลือก สว.ได้คนเดียว แต่ จ.สมุทรสงคราม หรือระนอง มีประชาชนเพียง 2.5 ล้านคน ก็มีสิทธิเลือกตัวแทนประชาชนได้ 1 คนเท่านั้น มันเป็นธรรมหรือไม่ แต่ถ้ายังใช้ระบบนี้ต่อไปก็จะเป็นอยู่อย่างนี้ต่อไป เห็นหรือยังว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ทำให้ประเทศชาติไม่พัฒนาเกิดความแตกแยกกัน”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท