
ปชป.เย้ย เพื่อไทยปากกล้าขาสั่นศึกซักฟอก
ชวนนท์ ชี้ เพื่อไทย เตรียมแจงศึกซักฟอกดีกว่าโต้การเมืองแนะ รัฐบาลควรใช้โครงสร้างเดิมแก้ไฟใต้ เตือน พร้อมพงศ์ ระวังนอนซังเตเล่นลิเกคุกบางขวาง
ชวนนท์ ชี้ เพื่อไทย เตรียมแจงศึกซักฟอกดีกว่าโต้การเมืองแนะ รัฐบาลควรใช้โครงสร้างเดิมแก้ไฟใต้ เตือน พร้อมพงศ์ ระวังนอนซังเตเล่นลิเกคุกบางขวาง
นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ตามกลไกของรัฐสภา และรู้สึกแปลกใจที่รัฐบาลออกมาพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ ในลักษณะ "ปากกล้าขาสั่น" และส่วนใหญ่คนที่ออกมาแสดงความเห็นไม่มีหน้าที่จะมาชี้แจง แต่คนที่ต้องชี้แจงคือ นายกรัฐมนตรี โดยใช้โอกาสนี้ตอบข้อสงสัยของฝ่ายค้านในการทำงาน มากกว่าจะมาท้าทาย และเห็นได้ชัดว่าพรรคเพื่อนไทย ไม่มีประสิทธิภาพในการชี้แจงในสภา เห็นได้จากการตอบกระทู้ของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มาตอบเรื่องราคายาง และไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน
นายชวนนท์กล่าวว่า การนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาวิจารณ์ความไม่เหมาะสมของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในเสนอตัวเป็นนายกฯ แนบท้ายญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า เป็นการพูดในลักษณะของการตีกิน ไม่กล้ารับการตรวจสอบ แต่นายอภิสิทธิ์ ยอมรับการตรวจสอบกรณีการเกณฑ์ทหารอย่างเต็มที่ ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วาวงใจเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเตรียมตอบคำถามในการแก้ปัญหาต่างๆให้ได้ ขอเตือนนายพร้อมพงศ์ ว่าคดียังรอลงอาญาไป ถ้ายังปากพาจนแบบนี้วันหนึ่งอาจจะได้เล่นลิเกในคุกบางขวาง ขอให้หยุดใช้กำพืดเก่าๆของตัวเองมาแสดงบนเวทีการเมืองได้แล้ว บ้านเมืองต้องการคนที่พร้อมทำงานแก้ปัญหาให้กับประชาชน หมดเวลากับพวกไร้สาระแล้ว
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ พยายามให้คำแนะนำรัฐบาลในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เพราะไม่ต้องการให้เหตุการณ์ลุกลาม และยอมที่จะแพ้เลือกตั้งทุกครั้งหากสถานการณ์ชายแดนใต้สงบ หลังร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ประโยชน์ทางการเมืองจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ซึ่งที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอให้ใช้หน่วยงานที่มีอยู่แล้ว และตั้งศอ.บต. ซึ่งขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี ในการแก้ปัญหา ความคู่กับการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคง และยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ 4 อำเภอจังหวัดสงขลา อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอำเภอเบตง จังหวัดยะลา อำเภอสุคีรินทร์ จังหวัดนราธิวาส แต่รัฐบาลกลับไม่เคยพูดถึง และสาเหตุที่สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้รุนแรงขึ้น เพราะเอาคนที่ประชาชนในพื้นที่ไม่ยอมรับมาเป็นเลขาฯ ศอ.บต. รวมถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปเจรจากับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในประเทศมาเลเซีย ทำให้ผู้ก่อความไม่สงบกลุ่มอื่นต้องการแสดงศักยภาพในการก่อเหตุ
นอกจากนี้ เห็นว่า การตั้งหน่วยงานขึ้นมาเป็นจำนวนมากเป็นการทำให้สับสน และเกิดการซ้ำซ้อนในการทำงาน และนายกรัฐมนตรี ควรจะลงพื้นที่เพื่อสร้างขวัญ และกำลังใจให้กับประชาชน และเจ้าหน้าที่ ซึ่งตรงข้ามกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ลงพื้นที่ทุกครั้งที่มีเหตุ แม้จะกลัวอันตรายแต่ก็ต้องไปเพราะถือเป็นหน้าที่ของนักการเมือง ที่จะต้องไปเป็นกำลังใจให้กับประชาชน







