
แปดริ้วถกโรงสีรับจำนำข้าวล็อตใหม่
การค้าภายในแปดริ้วเรียกโรงสีหารือร่วมรับมือจำนำข้าวล็อตใหม่ 3 แสนตัน
การค้าภายในแปดริ้วเรียกโรงสีหารือร่วมรับมือจำนำข้าวล็อตใหม่ 3 แสนตัน
นายบำรุง เจียรมาศ หัวหน้าสำนักงานการค้าภายใน จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ขณะนี้ได้เรียกประชุมโรงสีข้าว ผู้เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา รวม 23 แห่ง เข้ามาหารือซักซ้อมความเข้าใจในการเปิดรับจำนำข้าวรอบที่ 2 เพิ่มเติมจากชาวนาในวงรอบของการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีในพื้นที่พิเศษ (ฤดูการณ์เฉพาะถิ่น ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา) หรือนาปรังของชาวนาทั่วประเทศ ระหว่างเดือน ก.ค.-15 ก.ย.นี้ซึ่งในภาพรวมนั้นยังไม่พบปัญหาความผิดปกติอะไรเกิดขึ้น แต่จากการร้องเรียนผ่านทางโทรศัพท์ ทางอินเตอร์เน็ต และองค์กรอื่นๆที่ผ่านมานั้น ทางคณะทำงานหรือเจ้าหน้าที่จากสำนักงานการค้าภายในได้ลงไปดูแล้วปรากฏว่าไม่พบปัญหาพฤติการณ์ตามการร้องเรียน เช่น การสวมสิทธิ์ การเล่นพวกประวิงเวลาไม่ยอมรับจำนำข้าวของโรงสีที่เป็นจุดรับจำนำข้าว หากชาวนารายนั้นๆไม่ใช่ขาประจำของโรงสีก็จะไม่ยอมรับจำนำข้าว ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วยืนยันว่าไม่พบปัญหาเกิดขึ้นตามที่ถูกร้องเรียน
อย่างไรก็ตามในช่วงของการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวนาปรังปี 55 นั้นมีผลกระทบเกี่ยวเนื่องมาจากการรับฝากข้าวไว้ก่อนเปิดโครงการเมื่อวันที่ 1 มี.ค.55 จึงมีการสะสมของปริมาณข้าวไว้มาก ประกอบกับจำนวนเกษตรกรที่เร่งทำนากันเพิ่มมากขึ้น ด้วยการใช้เครื่องจักกล และเทคโนโลยีทางการเกษตรขนาดใหญ่มาช่วยทุ่นแรง จึงทำนาข้าวกันได้ในปริมาณมากขึ้น ผิดไปจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวนาในสมัยอดีตจึงทำให้การรับจำนำข้าวอาจเกิดปัญหาความไม่สะดวกได้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัดจึงได้หาแนวทางในการทำความเข้าใจกับชาวนา และจะต้องมีการปรับงเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้ชาวนาได้รับความคุ้มครองและเข้าถึงบริการของรัฐมากขึ้น
"วันนี้ได้ขอความร่วมมือให้จุดรับจำนำและโรงสี ป้องกันและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นด้วยการวางหลักทรัพย์ค้ำประกันการรับฝากหรือรับจำนำข้าวแบบเต็มจำนวนในโรงสีที่ยังวางไม่เต็มเกณฑ์ของกำลังการผลิต ( 50 เปอร์เซ็นต์ของ 30 เท่ากำลังการผลิต) เพื่อให้เกิดช่องว่างสัมพันธ์กับปริมาณการเก็บเกี่ยว และพื้นที่เพาะปลูกของ จ.ฉะเชิงเทรา ให้สามารถรับจำนำเพิ่มได้อีก ซึ่งประจุบันใน จ.ฉะเชิงเทรา มีโรงสีข้าวเข้าร่วมโครงการจำนวน 23 แห่ง และแจ้งความประสงค์จะขอเข้ามาร่วมเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง รวม 24 แห่ง"นายบำรุง กล่าว
ทั้งนี้ในปีนี้คาดว่าจะมีปริมาณข้าวจากชาวนาในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เข้ามาในปริมาณไม่น้อยกว่า 2 แสนตัน เฉพาะในช่วง ก.ค.-15 ก.ย.55 จากประมาณการไว้ตลอดโครงการที่ 405,206 ตัน รวมพื้นที่เพาะปลูก 725,239 ไร่ โดยปัจจุบันมีข้าวที่รับจำนำไว้ก่อนแล้ว ตั้งแต่ต้นปี จำนวน314,014 ตัน มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 18,668 ราย และหากดูปริมาณโรงสีในพื้นที่แล้วถือว่ามีกำลังการผลิตมากกว่าปริมาณผลผลิตที่เกษตรกรผลิตได้ในจังหวัด จุดรับจำนำที่เปิดอยู่ในขณะนี้ จึงสามารถรองรับการจำนำได้โดยไม่มีปัญหา ขณะเดียวกันที่ผ่านมายังได้มีการระบายข้าวออกจากพื้นที่ไปแล้วจำนวน 2 จุด โดยสีแปรส่งออกไปขายยังต่างประเทศ นายบำรุง กล่าว
นอกจากนี้มีรายงานว่าได้รับการร้องเรียนทวงถามจากชาวนาในเขตพื้นที่ อ.บางน้ำเปรี้ยวที่ได้นำผลผลิตไปส่งเข้าโครงการในจุดรับจำนำเป็นเวลานานหลายสัปดาห์แล้ว แต่ยังคงไม่ได้รับใบประทวนในการรับจำนำข้าวจากเจ้าหน้าที่ ขณะนี้จึงเกิดเป็นความกังวนและไม่มั่นใจในโครงการฯ เพราะเกรงว่าจะถูกโกงค่าข้าว เหมือนกับชาวนาในย่านเดียวกันที่เคยถูกโรงสีบางแห่งย่านเขตหนองจอกมีนบุรี กรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ติดกันหลอกลวงว่าจะให้ราคาสูงตัดความชื้นน้อย ก่อนที่จะปิดตัวเชิดข้าวหายไปหลายพันตัน รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท เมื่อปลายปีที่แล้ว เนื่องจากแก๊งค์ดังกล่าวเป็นเพียงผู้มาเช่าช่วงจากผู้ประกอบการโรงสีรายเก่าดำเนินการ







