
ผู้เชี่ยวชสญหวั้นปี 2559 มหาอุทกภัยจะรุนแรงกว่าเดิม
นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำเป็นห่วงสถานการณ์น้ำในปีนี้ซึ่งหากรัฐบาลบริหารจัดการไม่ดีอาจจะทำให้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เหมือนปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนที่ตกหลังเขื่อน หากการขุดลอกคูคลองไม่มีประสิทธิภาพ คนไทยอาจต้องเผชิญมหาอุทกภัยอีกครั้ง
นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำเป็นห่วงสถานการณ์น้ำในปีนี้ซึ่งหากรัฐบาลบริหารจัดการไม่ดีอาจจะทำให้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เหมือนปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนที่ตกหลังเขื่อน หากการขุดลอกคูคลองไม่มีประสิทธิภาพ คนไทยอาจต้องเผชิญมหาอุทกภัยอีกครั้ง
เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้ แม้ว่าเขื่อนจะพร่องน้ำไปเหลือ 40% ถามว่าถ้าเกิดฝนตกใต้เขื่อนมากๆ จะรับมือกันอย่างไร
“หากฝนตกลงมามากๆ ก็ประเมินไม่ได้ เพราะโครงการขุดลอกคลองที่รัฐบาลเตรียมไว้ ผู้รับเหมาก็ขุดลอกไป โดยไม่มีวิธีการตรวจสอบว่าขุดไปลึกขนาดไหน สามารถรับได้จริงตามสเปกที่กำหนดไว้หรือไม่ รวมทั้งไม่มีการศึกษาเรื่องระดับความลึกของคลองอย่างจริงจัง ซึ่งก็น่ากังวลว่าหากปริมาณน้ำฝนมามาก จะรับมือกันอย่างไร” เสรี กล่าว
เสรี กล่าวด้วยว่า การจะป้องกันน้ำท่วมถาวร ไม่มีทางทำได้ ทั้งนี้อยากจะให้มองไปถึงภาวะโลกร้อนอีก 20100 ปี ก็ควรจะให้ได้แบบป้องกันที่ดีที่สุด ซึ่งต้องให้เวลา ไม่อยากให้เร่งทำ เพราะจะทำให้โครงการไม่มั่นคง หากน้ำมาอีกที ปี 2559 อาจจะแรงกว่านี้ก็เป็นได้
ด้าน สุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สภาพแวดล้อมของโลกเปลี่ยน ญี่ปุ่น อเมริกาก็เกิดเหตุการณ์ไม่แน่นอน จะคิดสั้นๆ ห้าปีสิบปีไม่พอแน่นอน ต้องคิดล่วงหน้าเป็นร้อยปีพันปี
รองปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ กล่าวว่า ในทางวิศวกรรมต้องมีการทำประชาพิจารณ์โครงการทั้งหมด รวมถึงมีคณะกรรมการเพื่อพัฒนาผังเมืองในการบริหารจัดการน้ำท่วม เข้าไปจัดการบังคับใช้ให้เกิดขึ้นจริง
สุพจน์ กล่าวด้วยว่า ภายในสิ้นเดือนนี้รัฐบาลจะแถลงข่าวในรูปแบบนิทรรศการน้ำ เพื่อให้ประชาชนเข้ามารับรู้รายละเอียดข้อมูลแต่ละโครงการอย่างละเอียด รวมถึงสร้างระบบให้ภาคประชาชนตรวจสอบผ่านเรียลไทม์ ภายใต้แอพพลิเคชัน water4thai และมี 2 เว็บไซต์สำหรับติดตามสถานการณ์น้ำ ได้แก่ http://www.thaiwater.net และ http://www.waterforthai.go.th







