
ตู่อ้างเสรีภาพปราศรัยปัดข่มขู่ศาล
ศาลอาญานัดฟังคำสั่ง 14.00 น.เพิกถอนประกันตัวชั่วคราว “เจ๋ง ดอกจิก” หน้าจ๋อย ย้ำไม่มีเจตนาคุกคามตุลาการรัฐธรรมนูญ ขณะที่“จตุพร” อ้าง เสรีภาพปราศรัยตามสิทธิ์ไม่ได้ข่มขู่
ศาลอาญานัดฟังคำสั่ง 14.00 น.เพิกถอนประกันตัวชั่วคราว “เจ๋ง ดอกจิก” หน้าจ๋อย ย้ำไม่มีเจตนาคุกคามตุลาการรัฐธรรมนูญ ขณะที่“จตุพร” อ้าง เสรีภาพปราศรัยตามสิทธิ์ไม่ได้ข่มขู่
ศาลอาญารัชดา สั่งพักการไต่สวนคดีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นถอนประกันตัวชั่วคราวนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ในฐานะจำเลยที่ 7 คดี ภายหลังจากเสร็จสิ้นการไต่สวนแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) 19 ปาก โดยคณะผู้พิพากษาศาลอาญา ได้สอบถามบุคคลอื่นๆว่าได้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการปราศรัยของนายยศวริศ เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ด้านหน้ารัฐสภา เนื่องจากการปราศรัยได้พาดพิงถึงคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และระบุ บ้านเลขที่ เบอร์โทรศัพท์ ของครอบครัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อาจเข้าข่ายข่มขู่คุกคาม
ทั้งนี้เพื่อความชัดเจนของหลักฐาน ศาลอาญาได้เปิดเทปเสียงของนายยศวริศ ปราศรัยเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. มีเนื้อหากล่าวถึงคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นศาลได้สอบถามนายยศวริศ ว่าในเทปเสียงที่เปิดฟังนั้นเป็นเสียงของนายยศวริศเองหรือไม่ ซึ่งนายยศวริศ กล่าวยอมรับว่าเป็นเสียงของตัวเอง และได้กล่าวตามเนื้อหาจริง แต่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับตนเอง ที่ไม่ทราบว่าเทปเสียงดังกล่าวครบถ้วนหรือไม่ จึงขออนุญาตนำไปตรวจสอบก่อน
“การกล่าวปราศรัยบนเวทีเป็นความเชื่อโดยสุ จริตใจว่าศาลรัฐธรรมนูญสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ และผมได้กล่าวขอโทษไปเป็นที่เรียบร้อย ผมยืนยันว่าการประกาศชื่อและเบอร์โทรครอบครัวของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ทราบว่าเป็นข้อมูลจริงหรือไม่” นายยศวริศ กล่าว
ด้านนายจตุพร เบิกความยืนยันว่า การปราศรัยของตนเองเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ โดยมีการสอบถามมายังศาลอาญาก่อนหน้านี้แล้วว่าขึ้นเวทีปราศรัยได้ แต่ห้ามยั่วยุปลุกปั่นเท่านั้น ซึ่งการปราศรัยที่ผ่านมา มีการกล่าวพาดพิงถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจริง แต่เป็นการกระทำตามกรอบของรัฐธรรมนูญมที่ให้สิทธิเสรีภาพวิพากษ์วิจารณ์ได้
นอกจากนี้ นายสุรชัย เทวรัตน์ ซึ่งเป็นลูกน้องของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ศาลได้มีคำสั่งถอนประกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากกรณีมีอาวุธปืน เครื่องกระสุน ไว้ครอบครอง ทั้งนี้นายสุรชัย ถูกตำรวจจับกุมและมาทำการสอบสวน ในข้อหาก่อการร้าย และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินมาแล้วครั้งหนึ่ง
ขณะที่ทนายความฝ่ายจำเลยพยายามโน้มน้าวให้ศาลทำการเลื่อนการพิจารณาก่อการร้ายไป แต่ศาลยังไม่รับฟัง อีกทั้งเห็นว่าเป็นเวลา 13.00น. น. จึงสั่งพักการไต่สวนและให้มาเริ่มไต่สวนอีกครั้งเวลา 14.00น. วันเดียวกันอีกครั้ง







