
คิดเก่าทำเก่า
การส่งออกของไทยได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รวมทั้งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้ปรับลดตัวเลขการขยายตัวของการส่งออกในปีนี้เหลือเพียงแค่ไม่เกิน 7% ในขณะที่ทางกระทรวงพาณิชย์ และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ยังมั่นใจว่าจะดันการส่งออกให้เป็นเลข 2 หลักได้
การส่งออกของไทยได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รวมทั้งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้ปรับลดตัวเลขการขยายตัวของการส่งออกในปีนี้เหลือเพียงแค่ไม่เกิน 7% ในขณะที่ทางกระทรวงพาณิชย์ และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ยังมั่นใจว่าจะดันการส่งออกให้เป็นเลข 2 หลักได้
ความมั่นใจของรัฐบาลมีเพียงลมปากที่พูดว่าเชื่อมั่น แต่ในทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม หรือมาตรการช่วยเหลือการส่งออกนั้น ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ว่า จะช่วยเหลือการส่งออกอย่างไร นอกจากความคิดเก่าๆ คือ การใช้นโยบายค่าเงินบาทอ่อน ให้สินค้ามีราคาถูก เพื่อจะขายได้มากขึ้น
มาตรการนี้อาจจะใช้ได้ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกดี ประเทศผู้ซื้อมีเงินพอที่จะซื้อ แต่ขณะนี้ผู้ซื้อรายใหญ่อย่างยุโรปหรืออเมริกา มีปัญหาหนี้เสียสูงเกินไป จนบางประเทศในยุโรปล้มละลายไปแล้ว สถาบันการเงินมีปัญหา เงินทุนจากยุโรปไหลเข้ามาในประเทศเกิดใหม่ ทำให้ค่าเงินบาทไทยทรงตัวไปในทางแข็งค่ามากกว่าที่จะอ่อนค่า
อย่างไรก็ดี โครงการเก่าที่นำมาปัดฝุ่นใหม่ คือ โครงการทีมไทยแลนด์ การให้เอกอัครราชทูตไทยปรับบทบาทไปช่วยทำการตลาดให้สินค้าไทย ก็ถูกนำมาชูเป็นนโยบาย “ฝากทูตไปขาย” โดยกระทรวงการต่างประเทศได้เรียกเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลกมาร่วมประชุมใหญ่ประจำปี 2555
โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้แก่ทูตไทยทั่วโลกให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้เกิดการบูรณาการของหน่วยงานราชการในต่างประเทศ
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่จะหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด 20 จังหวัดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีความคิดจะร่วมกันจัดงานแสดงสินค้าโอท็อป เพื่อให้เอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ในประเทศต่างๆ นำไปเปิดตลาดต่างประเทศเพื่อโปรโมตสินค้าไทย
นโยบายฝากทูตไปขายไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะทูตนั้นมีหน้าที่จะโปรโมตสินค้า ผลิตภัณฑ์ และศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักของชาวโลกอยู่แล้ว แต่การให้โปรโมตสินค้ากับการขายสินค้านั้นเป็นคนละเรื่องกัน
หน้าที่การเปิดตลาดและขายสินค้า เช่น การจัดงานแสดงสินค้าไทยในประเทศต่างๆ เป็นหน้าที่โดยตรงของทูตพาณิชย์ภายใต้สังกัดกระทรวงพาณิชย์จะต้องร่วมมือ นำผู้ส่งออกไทยไปพบผู้นำเข้าในต่างประเทศ หรือนำผู้นำเข้ามาประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการส่งออก
การใช้ทูตช่วยขยายตลาดสินค้าไทยเป็นเรื่องที่ไม่ผิดอะไร แต่หวังผลเลิศอะไรไม่ได้ เพราะการค้าระหว่างประเทศขึ้นกับเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก
หากรัฐบาลไม่ยอมรับการส่งออกว่าจะขยายตัวไม่ถึงเลข 2 หลัก ก็จะต้องหามาตรการเสริมให้เข้มข้นกว่านี้เพื่อดันการส่งออกให้มากขึ้น ไม่เช่นนั้นก็เป็นการเอาเหล้าเก่ามาใส่ขวดใหม่ และไม่มีผลอะไรต่อเศรษฐกิจ







