
ห้ามก๊งเหล้าบนรถโรงงานรุกคุมเข้มร้านข้าวต้ม/ส้มตำ
ห้ามดื่มเหล้าบนรถ–ห้ามจำหน่ายห้ามดื่มเหล้าในโรงงาน มีผล 3 เดือนหลังจากนี้
ห้ามดื่มเหล้าบนรถ–ห้ามจำหน่ายห้ามดื่มเหล้าในโรงงาน มีผล 3 เดือนหลังจากนี้
เมื่อวันที่ 8 ส.ค. มีประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เรื่องการห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทางสาธารณะขณะขับขี่หรือโดยสารอยู่บนรถทุกประเภท โดยจะมีผลบังคับใช้ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน อีกฉบับประกาศเมื่อวันที่ 7 ส.ค. เรื่องการห้ามขายหรือห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ประกอบกิจการโรงงาน ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วัน หลังลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ทั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุน กฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 จึงมีการประกาศทั้งสองฉบับ
นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวเอาผิดได้เฉพาะผู้ที่ดื่มบนทาง ไหล่ทาง ฟุตปาท ลานจอดรถ ในขณะขับขี่หรือโดยสารบนรถเท่านั้น แต่หากดื่มอยู่นอกรถไม่สามารถเอาผิดได้
“คณะทัวร์ที่ดื่มบนรถทัวร์หรือรถบัส ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายฉบับนี้ ส่วนร้านลาบ ร้านข้าวต้มที่ขายตามฟุตปาทไม่มีความผิด” นพ.สมาน กล่าว
นพ.สมาน กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้ขอออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น 4 ฉบับ ได้แก่ 1.ห้ามขายบนบนทาง 2.ห้ามดื่มนอกรถบนทาง 3.ห้ามดื่มบนรถบนทาง และ 4.ห้ามดื่มนอกรถบนทาง ดังนั้นแม้จะได้มาเพียงข้อเดียว คือ ห้ามดื่มบนรถบนทาง ก็ถือเป็นสิ่งที่ดี แต่เร็วๆ นี้จะขอออกประกาศสำนักนายกฯ เพิ่มเติมในข้อที่เหลือให้ครอบคลุมทั้งหมด
นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ที่ปรึกษาเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปิดเผยว่า ได้ผลักดันเรื่องนี้นานกว่า 3 ปี และมาสำเร็จในรัฐบาลชุดนี้ แต่ถึงจะมีกฎหมายนี้แล้ว การบังคับใช้ก็ต้องจริงจังและเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดจุดอ่อน
ด้านนายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า หากจะควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ผลยิ่งขึ้น จะต้องมีมาตรการเสริมเรื่องการจำกัดการซื้อ และการออกใบอนุญาตขายด้วย







