
ปลื้มปีติในหลวงราชินี
ครอบครัว “น้องส้ม” ด.ญ.ปรารถนา แสงทอง ที่มีฐานะยากจน อาศัยบ้านเลขที่ 999 หมู่ 1 ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ปลื้มปีติ “ในหลวงราชินี” ทรงพระราชทานทุนช่วยเหลือปลูกบ้านจำนวน 5 แสนบาท หลังทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเมื่อปี 2552
ครอบครัว “น้องส้ม” ด.ญ.ปรารถนา แสงทอง ที่มีฐานะยากจน อาศัยบ้านเลขที่ 999 หมู่ 1 ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ปลื้มปีติ “ในหลวงราชินี” ทรงพระราชทานทุนช่วยเหลือปลูกบ้านจำนวน 5 แสนบาท หลังทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเมื่อปี 2552
สำหรับ ด.ญ.ปรารถนา ปัจจุบันอายุ 14 ปี อาศัยอยู่กับนายทองเปี่ยม แสงทอง บิดา ที่ป่วยเป็นโรคโปลิโอมาตั้งแต่เกิด และนางนงคราญ แสงทอง มารดา มีอาชีพรับจ้าง รายได้พอกินไปวันๆ
นอกจากนั้น ยังมีพี่สาวชื่อ น.ส.เปรมฤดี แสงทอง อายุ 16 ปี ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับ ปวช.ปี 2 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ และน้องสาว ด.ญ.มรกต แสงทอง อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลชุมชนหัวดง
ลูกค้าคับคั่งแน่ๆ หลังจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ในฐานะคณะกรรมการจัดทำทีโออาร์โครงการแท็บเล็ต ป.1 เข็นบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ (สโคป) ผู้ผลิตแท็บเล็ต เซ็นสัญญากับ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จัดทำศูนย์ซ่อมเครื่องแท็บเล็ต ซึ่งเป็นไปตามสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างที่ระบุว่า ทางสโคปต้องจัดตั้งศูนย์ซ่อม 30 แห่งภายใน 90 วัน
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการตรวจรับแท็บเล็ต พบว่า แท็บเล็ตที่ส่งมานั้นไม่ได้เป็นไปตามทีโออาร์ตั้งแต่แรก โดยเฉพาะประเด็นปลั๊กจริง 2 ขา แต่ทีโออาร์ระบุ 3 ขา ซึ่งล็อตแรก 2,000 เครื่องที่มีปัญหาไปนั้น ไม่ได้ผ่านการเซ็นรับรองจากนางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดไอซีทีโดยตรง แต่เป็นรองปลัดไอซีทีเซ็นแทน ทำให้ทางสโคปขึ้นสายพานการผลิตในส่วนที่เหลือได้ จึงค่อนข้างน่ากังวลว่าแต่ละล็อตที่ส่งมาอาจมีความผิดปกติ







