
มาด้วยใจ ไม่ต้องจ่าย!!!
แม้จะมีกระแสข่าวการรับจ้างชุมนุมออกมามากมาย แต่กระนั้นคนเสื้อแดงก็ยังยืนยันว่าพวกเขาเหล่านี้มาด้วยใจ ไม่ต้องมีใครมาจ้างและที่สำคัญต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินเองเพื่อสนับสนุนการเดินทางเพื่ออุดมการณ์ในครั้งนี้
แม้จะมีกระแสข่าวการรับจ้างชุมนุมออกมามากมาย แต่กระนั้นคนเสื้อแดงก็ยังยืนยันว่าพวกเขาเหล่านี้มาด้วยใจ ไม่ต้องมีใครมาจ้างและที่สำคัญต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินเองเพื่อสนับสนุนการเดินทางเพื่ออุดมการณ์ในครั้งนี้
โดย- ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์
ประชาชนจากทุกสารทิศ ทิ้งนา ทิ้งไร่ ปิดร้าน หลั่งไหลเข้าสู่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ท่ามกลางข้อครหาจากสื่อต่างประเทศว่า "รับเงินค่าจ้างคนละ 1,000 บาท" แต่คนเสื้อแดงยืนยันเสียงแข็งว่า พวกเขา "มาด้วยใจ" ไม่มีใครจ้าง แถมยังต้องควักกระเป๋ารับภาระค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมชุมนุมกันเองโดยไม่เสียดายรายได้ที่ขาดหายไปในระหว่างการชุมนุม
"ป้าปู" กลุ่มทอผ้าลีลาฝ้าย อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น บอกว่า นอกจากจะไม่ต้องให้ใครมาจ้างแล้ว ในช่วง 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เธอควักเงินส่วนตัวออกค่าใช้จ่ายไปแล้วกว่า 2 หมื่นบาท เพราะฉะนั้นไม่ต้องถามถึงรายได้ที่ต้องขาดหายไปในช่วงเวลาที่ต้องเข้ามาชุมนุม เพราะป้าปูบอกว่า "เสียรายได้ไม่ต้องไปคิด"
"ตอนทักษิณอยู่จัดงาน OTOP รายได้ดี แต่ตอนนี้ไม่ดี บางคนมา 9 วันยังขายไม่ได้เลย ที่กลุ่มทอผ้าของป้า เมื่อก่อนรายได้เดือนละเป็นแสน ตอนนี้เหลือ 2-3 หมื่น รัฐบาลไหนมันก็โกงเหมือนกันหมด แต่มันต้องให้ชาวบ้านสัมผัสได้ อย่างประชาธิปัตย์แจกเงิน 2,000 บาท ทำไมต้องให้คนมีเงินเดือน ทำไมต้องแจกเป็นเช็คแบงก์กรุงเทพ แบงก์รัฐมีตั้งหลายแห่ง มันเกิดคำถามกับคนรากหญ้า" ป้าปู กล่าว
และไม่ใช่ "ป้าปู" เพียงคนเดียวที่ยอมเทกระเป๋าจ่ายเงินเพื่อสนับสนุนการเดินทางเพื่ออุดมการณ์ในครั้งนี้ เพราะก่อนหน้านี้ชาวบ้านในตั้งเวทีรับบริจาคเงินได้มากว่า 2 แสนบาท แต่ยังถือว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินบริจาคที่กลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดขอนแก่นที่ได้รวมกันประมาณ 4 ล้านบาท
"คนขอนแก่นไม่ต้องจ้าง คนขอนแก่นมีประชาธิปไตย ชาวบ้านที่เขามาไม่ได้ ไม่มีเงินบริจาค ก็จะช่วยบริจาคอาหาร จะโทรศัพท์มาให้ป้าเอารถไปรับ มีทั้งปลาร้า ข้าวเหนียว ข้าวสาร มะละกอ พริก ใครปลูกผักอะไรก็จะเอามาให้ ขนาดเม็ดมะขามคั่วก็บยังมีเลย เขาบอกว่า ให้เอามากินเล่นเวลาที่ไม่มีอะไรทำ" ป้าปู กล่าว
"ป้าปู ยังเล่าอีกว่า เสบียงกรังที่เตรียมมาไม่มีวันหมด พร้อมที่จะอยู่ไปจนกว่าจะได้ "ชัยชนะ" นั่นคือรัฐบาลชุดนี้ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ "ถ้าเลือกตั้งใหม่ ใครได้ก็ไม่เป็นไร ประชาธิปัตย์ได้ชาวบ้านก็ยอมรับ แต่ก็คงไม่ได้ คนขอนแก่นไม่ชอบคนไม่มีสัจจะ"
นอกจากนี้ "ป้าปู" ยังบอกอีกว่า มาอยู่ในม็อบไม่ต้องใช้เงิน พกกันมาคนละ 20-30 บาทก็ได้ไม่มีปัญหา เพราะถ้าหิวเดินเข้าไปในซุ้มไหนก็ไปขอข้าวเหนียว เนื้อปิ้ง ส้มตำ ได้เลย ไม่มีใครหวง ซึ่งเห็นจะเป็นเรื่องจริง เพราะตลอดแนวถนนราชดำเนินที่มีครัวอาหารอิสานเคลื่อนที่จะได้ยินเสียงเรียกให้ร่วมวงข้าวเหนียวส้มตำอยู่ไม่ขาด และระหว่างทางมีอาหารและน้ำดิ่มแจกให้ผู้ร่วมชุมนุม
เช่นเดียวกับ จิรัศยกุล กุลวณิชวงษ์ เลขา/ประชาสัมพันธ์ กลุ่มแดงพัทยา 52 ที่บอกว่า ไม่ว่า ใครหิวก็เดินเข้าไปขอข้าวกินที่เต้นท์ของกลุ่มได้เลย เพราะทางกลุ่มที่ร่วมเดินทางกันมาทั้งหมด 32 คันรถปิกอัพ เตรียมเสบียงมาพร้อมสำหรับทำอาหาร 3 มื้อได้นานถึง 1 เดือน
"ใช้ทุนของพวกเรากันเอง ควักเงินกันเอง เฉพาะแค่วันเดินทางก็จ่ายไปแล้ว 3.5 หมื่นบาท วันไหนเสบียงที่เป็นอาหารสดเข้ามาไม่ทันก็ควักเงินส่วนตัวจ่ายออกไปให้ซื้ออาหารกินกันอีก ครั้งละ 500 บาท หรือถ้าเงินไม่พอก็ควักกันสดๆ" จิรัศยกุล กล่าว
ขณะที่ รินดา มงคลโสตร ประธานกลุ่มพัทยา 52 เจ้าของบาร์เอสเจ ร่วมด้วยช่วยยืนยันว่า งานนี้ไม่มีใครจ้าง เพราะจากการร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองมากว่า 3 ปี เธอต้องเอาบ้านไปจำนอง หมดเงินไปร่วมล้านบาท และธุรกิจบาร์ของเธอที่เคยมีอยู่ 4 แห่งขณะนี้ก็เหลือเพียงแห่งเดียว
"จากที่เคยขายได้วันละเป็นแสนก็เจ๊ง ตั้งแต่เหตุการณ์วันที่ 19 ก.ย." รินดา กล่าว เช่นเดียวกับ จิรัศยกุล ที่บอกว่า ธุรกิจร้านคอมพิวเตอร์ของเธอที่นาเกลือก็ต้องปิดไปแล้วเช่นกัน เพราะนับจากเหตุการณ์วันนั้นทำให้มีนักท่องเที่ยวน้อยลง เพราะฉะนั้นการมาร่วมชุมนุมครั้งนี้ พวกเธอจึงพร้อมที่จะอยู่ชุมนุมจนกว่าจะได้ชัยชนะ
ขณะที่ "ป้านิตยา" แม่บ้าน วัย 55 ปี จากโคราช เมืองย่าโม กำลังง่วนอยู่กับการสับมะละกอกองใหญ่ เพื่อเตรียมเสบียงมื้อบ่ายให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาจากจังหวัดเดียวกันบอกว่า "เตรียมเสื้อผ้ามาพร้อมอยู่ได้ 7 วัน และตั้งแต่มายังไมได้ใช้เงินเลย เพราะไม่ต้องซื้ออะไรกิน ข้าวสารก็มีกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยกันเอามาให้ ของกินมีไม่ได้ขาด ใครหิวก็มาทำกินเอา อยู่สบายไม่ลำบาก"
เช่นเดียวกับ ป้าลุงคู่หนึ่งจากจังหวัดกาฬสิน ที่เตรียมเสื้อผ้ามาสำหรับการพักค้างคืนที่ถนนราชดำเนินประมาณ 5-6 วัน โดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องอาหารการกิน เพราะมีครัวอาหารอิสานอยู่ใกล้ๆ ที่มีแม่ครัวทำอาหารอยู่เรื่อยๆ สำหรับที่นอนก็นั่งอยู่ตรงไหนก็นอนตรงนั้น ไม่ลำบาก
"ชักชวนกันมากับเพื่อนๆ ในหมู่บ้าน ที่บ้านทำนาปรัง ตอนนี้ไม่มีน้ำ และไม่รู้ว่า สงกรานต์นี้จะมีน้ำให้ทำนาได้หรือไม่" ป้าชาวกาฬสินธุ์ กล่าวแต่สำหรับครอบครัวหนึ่งที่เปิดร้านขายขนมและผลไม้หอบหิ้วกันมา 4 คน พ่อแม่ลูก จากจังหวัดสระบุรี บอกว่า พวกเขาไม่ได้มาปักหลักที่ถนนราชดำเนิน แต่จะใช้วิธีการขับรถไปกลับ กรุงเทพ-
สระบุรี โดยแต่ละครั้งจะมีค่านำมันรถประมาณ 300 บาท และยังไม่รวมค่าอาหารการกินในระหว่างที่ร่วมชุมนุมอีก ซึ่งวันเดียวหมดค่ารถและค่าอาหารไปแล้วเกือบ 1,000 บาท แต่ต้องการให้ลูกมาเรียนรู้วิถีทางประชาธิปไตยด้วยตัวเอง
"ปิดร้านมากันเลย รายได้ก็ขาดไปแล้ว จากปกติที่มีรายได้จากการขายของวันละ 2,000-3,000 บาท ยังต้องมาเสียเงินซื้อของกินอีก แต่ยืนยันว่า ไม่มีใครจ้างมา จริงๆ ก็มีเงินส่วนกลางที่ชาวบ้านร่วมบริจาคกันมา ซึ่งเป็นเงินกองกลางที่บอกว่า ถ้าใครเอารถมาก็ไปลงชื่อเบิกค่าน้ำมันได้ 1,000 บาท แต่ผมไม่เอา เพราะก็ถือว่า เป็นการบริจาคให้เขาไปด้วย คนเราต้องมีศักดิ์ศรี" หัวหน้าครอบครัวนี้ยืนยัน
พร้อมกับบอกว่า จะเดินทางมาทุกวัน จนกว่าจะยุบสภา"ถ้ายุบสภาเมื่อไรจะไม่มีคนเสื้อแดงอยู่แถวนี้สักคน"
เช่นเดียวกับ วิไลวรรณ แม่ครัวประจำกลุ่มจากจังหวัดลำพูน ที่บอกว่า ยอมทิ้งรายได้จากการรับจ้างรายวันวันละ 150 บาท เพื่อมาร่วมชุมนุมโดยไม่มีใครจ่ายเงินค่าจ้าง
"เสียรายได้ก็ยอม ดีกว่าอยู่แล้วอดตาย เพราะตอนนี้ก็ไม่มีรายได้ ไม่มีใครจ้างทำงานอยู่แล้ว ตอนนี้มีเงินติดตัวมาประมาณ 500 บาท ถ้าไม่ซื้ออะไรเลยก็อยู่ได้ และถ้าไม่ยุบก็จะไม่เลิก ตลอดทางที่มามีคนกลุ่มเสื้อแดงให้กำลังใจทำให้ฮึกเหิมเหมือนจะไปรบเพื่อประชาธิปไตย" วิไลวรรณกล่าว







