
อนาคต SME
วิกฤตเศรษฐกิจทั้งในสหรัฐและในยุโรป ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางอย่างเห็นได้ชัด
โดย...ธนพล ไชยภาษี
วิกฤตเศรษฐกิจทั้งในสหรัฐและในยุโรป ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางอย่างเห็นได้ชัด ธุรกิจเหล่านี้กำลังตายลง และส่งผลกระทบต่อเนื่องให้คนตกงานมากขึ้น
จะว่าไปแล้ว ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีก็เปรียบเสมือนกับตัวแทนของชนชั้นกลางครับ ในยุโรป และสหรัฐ ชนชั้นกลางมีความแข็งแกร่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจในภาพรวม แต่วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกำลังทำให้ภาคธุรกิจเหล่านี้ขาดแคลนเงินทุน และต้องจบกิจการไปมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้เกิดปัญหาคนตกงานกลายเป็นภาระหนักของรัฐบาลโดยรวม
ดังจะเห็นได้ว่า การแก้ปัญหาของธนาคารกลางสหรัฐ และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประการหนึ่งก็คือการปล่อยเงินเข้าสู่ระบบการเงินผ่านนโยบายการซื้อคืนพันธบัตร จากธนาคารพาณิชย์ พร้อมกับใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้เกิดการกู้ยืมกันมากขึ้น ระบบเศรษฐกิจระดับล่างก็จะสามารถเดินหน้ากันต่อไปได้
แต่ที่ผ่านมานโยบายเหล่านี้กลับไม่ประสบผลสำเร็จ นั่นเป็นเพราะอะไร?
ตอบไม่ยากครับ เพราะว่าบรรดาธนาคารพาณิชย์ทั้งในสหรัฐและยุโรปต่างยังไม่มั่นใจในสภาพเศรษฐกิจเท่าใดนัก และแม้ว่าธนาคารกลางจะใช้นโยบายอัดสภาพคล่องให้แล้ว แต่เงินที่ได้มาเหล่านั้นกลับไปกระจุกอยู่กับธนาคารพาณิชย์เพื่อเป็นทุนสำรองไว้สำหรับในภาวะคับขัน เห็นได้ชัดในยุโรปที่แม้ว่าธนาคารกลางยุโรปจะเปิดประมูลเงินกู้ระยะยาวไปถึง 2 รอบให้กับธนาคารพาณิชย์แล้ว แต่ธนาคารเหล่านี้กลับไม่ดำเนินการปล่อยกู้ต่อไปนัก เก็บเอาไว้สำรองของตัวเอง
ซ้ำร้ายเงินที่ได้มาก็กลับถูกนำไปใช้เก็งกำไรในตลาดทุน และตลาดล่วงหน้าเพื่อเก็งกำไรกันครึกโครม จึงเห็นสภาพเศรษฐกิจที่พิกลพิการอย่างหนักทั้งในสหรัฐและยุโรป ที่ตลาดหุ้นคึกคัก ตลาดทองคำ และน้ำมัน คึกคักในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่ภาคเศรษฐกิจจริงกลับอึมครึม แทบจะไม่กระเตื้องขึ้น คนยังตกงานกันมหาศาล
นั่นเป็นเพราะว่าเม็ดเงินจากรัฐบาลไปไม่ถึงมือประชาชน ไปไม่ถึงมือธุรกิจเอสเอ็มอีครับ
ครั้นหากจะกระตุ้นเศรษฐกิจตรงๆ จากรัฐบาลไปสู่เบื้องล่างก็จะเสี่ยงกับภาวะเงินเฟ้อเช่นกัน ถ้าหากกระทำอย่างไม่ระมัดระวัง
อนาคตของเอสเอ็มอีในสหรัฐและยุโรปในวันนี้จึงไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เพราะกำลังขาดเงินทุนอย่างหนัก ตัวอย่างที่ชัดเจนมากคือที่สเปน เอสเอ็มอีกำลังตายหมด ทำให้คนตกงานมากที่สุดในกลุ่มยูโรโซนไปแล้ว โดยอัตราการว่างงานสูงถึง 25%
เห็นแล้วก็ต้องย้อนมองเอสเอ็มอีในบ้านเรา ซึ่งอยู่ในสภาพเหมือนกับแกร็นๆ ไม่ตาย แต่ก็ไม่โต เพราะถูกนายทุนรายใหญ่ผูกขาดตลาดไปจนสิ้น ไหนจะถูกโมเดิร์นเทรดแย่งตลาดไปอีก
ในปี 2015 เอสเอ็มอีไทยจะยังต้องเจอกับพายุอีกระลอกเมื่ออาเซียนเข้าสู่การเป็นประชาคมร่วมเศรษฐกิจอย่างแท้จริง จะมีสินค้าจากเพื่อนบ้านบุกเข้ามาอีกมหาศาล
อยากให้เศรษฐกิจเติบโต มั่นคง และยั่งยืนจริง คนไทยต้องสนับสนุน ต้องช่วยเหลือเอสเอ็มอีครับ ไม่ใช่คอยแต่ช่วยอุดหนุนสินค้าของพวกนายทุนรายใหญ่ที่ผูกขาดความมั่งคั่งแต่เพียงฝ่ายเดียวมาตลอด







