posttoday
การแข่งขันแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา

การแข่งขันแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา

08 สิงหาคม 2555

ไม่ค่อยได้พูดกันถึงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาโดยตรงมาสักพักแล้ว คราวนี้ขอกลับมาแตะเรื่องนี้บ้าง

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

ไม่ค่อยได้พูดกันถึงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาโดยตรงมาสักพักแล้ว คราวนี้ขอกลับมาแตะเรื่องนี้บ้าง แต่เป็นลักษณะของการบอกกล่าวมากกว่า เนื่องจากผู้เขียนได้ทราบข่าวการจัด “Moot Court” ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ในช่วงวันที่ 7–31 ส.ค. ศกนี้

ที่จริงศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ร่วมกับบริติชเคาน์ซิล (British Council) ได้จัดการแข่งขัน “การแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจา” (Moot Court) เป็นภาษาอังกฤษต่อเนื่องกันมาหลายปีแล้ว โดยทีมที่ชนะจะได้รางวัลไปดูงานศาลทรัพย์สินทางปัญญาและงานที่เกี่ยวข้องที่ประเทศอังกฤษ งานนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเหนียวแน่นมาตลอดจากทรูด้วย โดยมีการถ่ายทอดสดรอบสุดท้ายทางช่องของทรูวิชั่นส์ ในวันศุกร์ที่ 31 ส.ค.ศกนี้ เวลา 13.00–16.00 น. ยิ่งระยะปีสองปีมานี้ ก็มีผู้สนับสนุนเพิ่มเติมอีก จนเกิดรางวัลที่ 2 ขึ้น มีการส่งทีมที่ชนะที่ 2 ไปดูงานด้านศาลทรัพย์สินทางปัญญาและงานที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาที่ฮ่องกงด้วย

ที่จริงโครงการนี้ เป็นโครงการที่ดีมากๆ ทำให้เด็กไทยที่ศึกษาในระดับอุดมศึกษา สนใจเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญาและเป็นความสนใจในระดับที่ลงลึก เนื่องจากจะต้องรู้ตัวบทกฎหมาย ทั้งเรื่องเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ฯลฯ เพื่อที่จะสามารถแถลงการณ์ด้วยวาจาในคดีที่เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ฟ้อง หรือผู้ถูกฟ้อง และจะต้องกล่าวแถลงการณ์ให้รัดกุมครอบคลุมทุกประเด็นที่มีในโจทย์ โดยทำให้ได้ภายในเวลาประมาณฝ่ายละ 30 นาที

ก่อนที่จะมาถึงรอบแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจา ที่จะมีถึง 3 รอบ คือ

รอบก่อนรองสุดท้าย (QuarterFinal)

รอบรองสุดท้าย (SemiFinal) และ

รอบสุดท้าย (Final)

ก็จะต้องผ่านการคัดเลือก โดยการเขียนเรียงความเป็นภาษาอังกฤษในเรื่องที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาเสียก่อน ซึ่งก็แล้วแต่โจทย์จะกำหนด ทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะถูกสัมภาษณ์โดยผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง และทีมที่ผ่านการสัมภาษณ์แล้วจึงจะเข้าสู่การแข่งขันแถลงการณ์ด้วยวาจา ซึ่งถือเป็นรอบก่อนรองสุดท้าย รองสุดท้าย และรอบสุดท้ายการเขียนเรียงความ การสัมภาษณ์ และการแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจาล้วนเป็นภาษาอังกฤษทั้งสิ้น และเท่าที่ทราบการแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจา หรือ Moot Court นี้ เป็นการดำเนินการแบบศาลอังกฤษ ซึ่งก็เป็นเสมือนการเตรียมตัวรองรับ AEC (ASEAN Economic Community) รูปแบบหนึ่ง โดยเฉพาะในเรื่องของภาษา เพราะจากประสบการณ์ของผู้เขียนเอง เห็นได้ว่าบริษัทหรือสำนักงานกฎหมายของไทยมีอยู่มากมาย แต่บุคลากรทางด้านกฎหมาย หรือพูดง่ายๆ นักกฎหมายของเราส่วนหนึ่งยังมีปัญหาทางด้านภาษาอยู่มาก ทำให้ไม่สนใจกฎหมายของต่างประเทศ หรือการอ่านกฎหมายระหว่างประเทศ และกลายเป็นข้อจำกัดของบริษัท หรือสำนักงานกฎหมายของไทยเมื่อประเทศเปิดมากขึ้น บริษัทของไทยเองมีการลงทุนข้ามพรมแดนไปต่างประเทศมากขึ้น ไม่ต้องมองไปไกล เอาแค่ประเทศในอาเซียนก็พอ ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาพิพาทขึ้น บริษัทหรือสำนักงานกฎหมายต่างประเทศที่มาเปิดสาขาในประเทศไทย จึงมักจะเป็นผู้รับงานไปอย่างน่าเสียดาย บริษัทหรือสำนักงานกฎหมายของไทย แม้จะมี Counterpart ในต่างประเทศ แต่เมื่อไม่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาก็จะปล่อยทุกอย่างให้ตกอยู่ในมือ Counterpart ทำให้ไม่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเท่าที่ควร และหากเป็นบริษัทต่างชาติที่มาลงทุน หรือดำเนินธุรกิจในไทยก็ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะเมื่อเกิดปัญหาทางกฎหมายก็จะจ้างบริษัทหรือสำนักงานกฎหมายต่างประเทศไปเลย

การกระตุ้นให้เด็กไทยในระดับอุดมศึกษาให้ความสนใจในกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาโดยเฉพาะเป็นภาษาอังกฤษ ก็เชื่อว่าจะมีประโยชน์กับธุรกิจของไทยในอนาคตอย่างแน่นอน ผู้เขียนจำได้ว่าในการสัมภาษณ์ทีมนิสิต นักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เข้ารอบมานั้น มีหลายทีมที่แต่เดิมไม่ได้ลงเรียนกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญามาเลย แม้จะเรียนคณะนิติศาสตร์ก็ตาม แต่เมื่อเห็นรางวัลชนะเลิศก็สนใจ เพราะอยากไปเที่ยวอังกฤษ ก็เริ่มค้นคว้า เขียนเรียงความ และอ่านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ทีมที่จะเข้าแข่งขันแถลงการณ์ด้วยวาจา จะมีบริษัทหรือสำนักงานกฎหมายต่างประเทศเป็นพี่เลี้ยง (Coaching) ให้ด้วย การออกโจทย์โดยทางฝ่ายศาลก็จะต้องมีการปรึกษาหารือกันให้โจทย์ที่ออกมามีความสมดุล ไม่ให้ฝ่ายที่ฟ้องและฝ่ายถูกฟ้องได้เปรียบเสียเปรียบแก่กัน และการตัดสินแพ้ชนะไม่ใช่การตัดสินว่าฝ่ายไหนแพ้ หรือชนะคดีแบบในซีรีส์จากอเมริกาที่เราเห็นๆ กันอยู่ อย่างเช่น Law and Order SVU เป็นต้น (ขอนำชื่อมายกเป็นตัวอย่างหน่อย) แต่เป็นการดูว่าฝ่ายไหนมีความเข้าใจในตัวบทกฎหมายมากน้อยกว่ากัน ประเด็นที่แถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจาครบถ้วนหรือไม่ บุคลิกท่าทีในการแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจาเป็นอย่างไร ภาษาอังกฤษดีหรือไม่ เหล่านี้เป็นต้น

น่าเสียดายที่เรื่องนี้ อาจจะประชาสัมพันธ์น้อยไปหน่อย ก็เลยไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้าง แม้แต่คนในวงการเองก็อาจจะไม่ทราบทั่วถึงกัน ก็เลยขอถือโอกาสย้ำว่าเป็นเรื่องที่ดูได้สนุก เพราะเด็กๆ ของเราก็เก่ง ไหวพริบดี แล้วยังเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์เข้ากับเหตุการณ์และทันสมัย เรื่องหนึ่งทีเดียว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน