
แรงหัวกระทิสมองไหลสู่อาเซียน
ผลที่จะตามมาจากการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
ผลที่จะตามมาจากการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ประเทศไทยจะได้ผลกระทบด้านแรงงาน 2 ด้าน คือ ด้านบวก จะมีตลาดแรงงานที่ใหญ่ขึ้น แรงงานบางกลุ่มสามารถเลือกงานได้มากขึ้น ค่าจ้างเพิ่มขึ้น ส่งผลให้โอกาสในชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
ด้านลบ จะมีแรงงานระดับล่างและบางกลุ่มวิชาชีพ เช่น ด้านวิศวกรรม ไอที จากประเทศสมาชิกไหลเข้าสู่ระบบตลาดแรงงานไทยมากขึ้น สวนทางกับบางสาขาอาชีพที่ผู้เชี่ยวชาญระดับหัวกะทิที่จะมีโอกาสไปทำงานในประเทศสมาชิกที่มีค่าจ้างสูงกว่า ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาสมองไหลมากยิ่งขึ้น
ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัย การพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า ภายหลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียนไทยไม่สามารถปฏิเสธความเสี่ยงการแข่งขันแรงงานระดับล่างที่จะเพิ่มขึ้นสูงขึ้น เนื่องจากเป็นประเทศที่มีค่าจ้างขั้นต่ำที่ค่อนข้างสูง ขณะที่มีตลาดแรงงานใหญ่กว่าประเทศสมาชิกหลายประเทศ จึงถือเป็นแรงดึงดูดแรงงานระดับล่างในอนาคต
“สิ่งที่ควรวางแผนคือเปิดโอกาสให้ผู้จบการศึกษาระดับกลางสายสามัญและสายอาชีพเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น ขณะที่ระดับปริญญาตรีที่มีปัญหาว่างงานสูงกว่าทุกกลุ่ม ควรหามาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันที่เน้นเฉพาะด้านและเป็นความต้องการของตลาด หรือยกระดับด้านอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น พัฒนาศักยภาพด้านภาษาอังกฤษ” ยงยุทธ ระบุ
สุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แมนพาวเวอร์กรุ๊ป บริษัทจัดหางาน คาดการณ์ว่า แต่ละปีมีบัณฑิตระดับปริญญาตรีจบใหม่ประมาณ 2-3 แสนคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ขาดความสมดุลทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ ทำให้คนกลุ่มนี้ตกงานอยู่แล้วประมาณปีละ 1.5 แสนคน หากไม่พัฒนาศักยภาพให้สอดพ้องตลาดแรงงานหลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เด็กกลุ่มนี้ก็จะยังเป็นกลุ่มที่ว่างงานมากที่สุด
แมนพาวเวอร์กรุ๊ป เสนอว่า ให้หน่วยงานผลิตกำลังคนเร่งจัดการด้านคุณภาพการศึกษาและแรงงาน โดยเน้นเรื่องทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน
เช่น เพิ่มนักเรียนสายวิทยาศาสตร์ ซึ่งยังขาดแคลน วางแผนรองรับอาชีพที่น่าสนใจต่อตลาดแรงงาน ซึ่งจะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานระดับบนตามกรอบอาเซียนใน 7 สาขา ประกอบด้วย วิศว กรรม พยาบาล สถาปัตยกรรม การสำรวจ แพทย์ ทันตแพทย์ และนักบัญชีหรือวิชาชีพด้านการท่องเที่ยว







