
สำรวจผักสดพบสารตกค้างเกินมาตรฐาน
ผลตรวจผักสด 3 แหล่ง พบมีสารเคมีเกินมาตรฐาน 38% ผักชีอันตรายสุด
ผลตรวจผักสด 3 แหล่ง พบมีสารเคมีเกินมาตรฐาน 38% ผักชีอันตรายสุด
เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ร่วมกับนิตยสารฉลาดซื้อ สุ่มตัวอย่างผักสดจากตลาดห้วยขวาง ตลาดประชานิเวศน์ และรถเร่ แห่งละ 7 ตัวอย่าง รวม 21 ตัวอย่าง พบสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในผักเกินมาตรฐานทั้งหมด 8 ตัวอย่าง คิดเป็น 38.1% หรือประมาณ 1 ใน 3 ของผักทั้งหมด
สำหรับผัก 3 ชนิดที่มีสารพิษตกค้างมากที่สุด ได้แก่ 1.ผักชี พบสารตกค้างเกินมาตรฐาน 5 ชนิด 2.ถั่วฝักยาว พบสารตกค้าง 6 ชนิด และ 3.ผักคะน้าและพริกจินดา ที่พบสารตกค้าง 2 ชนิด
จากผักที่สุ่มตรวจทั้งหมด พบว่าผักชีปริมาณสารที่พบในผักจะเห็นว่าผักชีมีความรุนแรงและน่าเป็นห่วงมากที่สุด เนื่องจากพบสารคาร์โบฟูรานเกินค่ามาตรฐานยุโรปถึง 3756 เท่า และพบสารอีพีเอ็นเกิน 102 เท่า ขณะที่ถั่วฝักยาวพบคาร์โบฟูราน เมโทมิล และอีพีเอ็น เกินมาตรฐาน 3.5, 4 และ 34 เท่า ตามลำดับ
ขณะที่ ผักบุ้งจีน ไม่พบสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในกลุ่มออร์แกโนฟอสเฟตและคาร์บาเมตตกค้าง ส่วนกะหล่ำปลีและผักกาดขาว เดิมคาดว่าจะมีสารตกค้างมากแต่จากการสำรวจกลับพบการตกค้างน้อยกว่ามาตรฐานที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดไว้
ทั้งนี้ เครือข่ายเตือนภัยฯ เสนอข้อเรียกร้อง ให้กรมวิชาการเกษตรต้องควบคุมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชให้เข้มงวดเท่าเทียมกับมาตรฐานการส่งออก ผลักดันเกษตรกรรมอินทรีย์ และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ต้องมีมาตรฐานสุ่มตรวจโดยทำงานเชิงรุก ให้ผู้บริโภคเลือกซื้อผักพื้นบ้าน และให้ล้างน้ำหลายๆ ครั้ง หรือใช้ด่างทับทิม
สำหรับอันตรายจากสารเคมี 4 ชนิดร้ายแรง ได้แก่ 1.คาร์โบฟูราน 2.เมโทมิล 3.ไดโครโตฟอส 4.อีพีเอ็น โดยจะทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต และส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว ได้แก่ โรคมะเร็ง และเป็นหมัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเรียกร้องให้ยกเลิกการขึ้นทะเบียน เนื่องจากหลายประเทศยกเลิกการใช้ไปแล้ว







