
ปัญหาส่งออกญี่ปุ่น
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โยมิอูริของญี่ปุ่น ระบุว่า ถึงแม้ปัญหาค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นจะทำให้ญี่ปุ่นต้องเผชิญ
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โยมิอูริของญี่ปุ่น ระบุว่า ถึงแม้ปัญหาค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นจะทำให้ญี่ปุ่นต้องเผชิญ
กับปัญหาความยากลำบากในภาคการส่งออกของประเทศ แต่ในทางกลับกันยอดการผลิตในอุตสาหกรรมรถยนต์ของญี่ปุ่นในโรงงานต่างประเทศกลับมีทิศทางที่ดี และกำลังอยู่ในช่วงการขยายตัวที่สดใส
เห็นได้จากยอดการผลิตรถในกลุ่มตลาดหลัก 8 ประเทศ ของทุกค่ายผู้ผลิตรถจากญี่ปุ่น อาทิ กลุ่มประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ เม็กซิโก และจีน ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาก็สามารถทำได้มากถึง 7.95 ล้านคันแล้ว และในจำนวนนี้เป็นจำนวนที่สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วถึง 28%
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นสัญญาณที่กำลังบ่งบอกแล้วว่า สิ่งที่จะทำให้ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมอยู่รอดได้ในเวทีโลกในปัจจุบันนั้นจะต้องพึ่งพาและอาศัยตลาดที่มีการเติบโตสูง อย่างเช่น กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่
ฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะเห็นกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศเริ่มย้ายฐานการลงทุนไปอยู่ในต่างประเทศ ดังเช่น โตโยต้า ที่จะเริ่มเปิดโรงงานในบราซิลในอีกไม่กี่ปีนี้ เนื่องจากปัญหาค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเป็นประวัติการณ์ในประเทศกำลังทำให้ความสามารถในภาคการส่งออกของบริษัทเหล่านี้ต้องอ่อนแอลง
อย่างไรก็ตาม การย้ายฐานการลงทุนไปต่างประเทศที่แม้จะช่วยแก้ปัญหาให้กับภาคธุรกิจรถยนต์ได้ แต่ทว่าในอีกด้านหนึ่งก็อาจส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ และปัญหาการว่างงานขนานใหญ่ตามมาได้ เพราะภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ล้วนต้องพึ่งพาอาศัย เพื่อป้อนวัตถุดิบและชิ้นส่วนแก่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์จำนวนมาก
ดังนั้น สำนักข่าวชื่อดังแดนปลาดิบ จึงเสนอแนะว่าผู้ผลิตรถยนต์ทุกรายควรที่จะรักษาฐานการผลิตในประเทศเอาไว้และไม่ย้ายไปทั้งหมด ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะช่วยรักษาภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ เอาไว้ด้วย
ในขณะที่ภาครัฐก็ควรแก้ไขต้นเหตุของปัญหา ด้วยการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินเยนไม่ให้แข็งค่ามากเกินไป
นอกจากนี้ รัฐบาลจะต้องไม่รีรอที่จะเร่งเปิดการใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพื่อแก้ไขปัญหาพลังงานขาดแคลนโดยเร็ว
และสุดท้ายจะต้องนำพาประเทศเข้าสู่การเจรจาในความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) โดยเร็ว ซึ่งจะช่วยเกื้อประโยชน์ทางเศรษฐกิจในประเทศอย่างมาก







