
พุ่งเป้าทุจริตลาก'ปู'ขึ้นเขียง
5 กรอบอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ “ประชาธิปัตย์” หยิบขึ้นมาเป็น “ตุ๊กตา” ระหว่างซุ่มประมวลข้อมูลในมือว่าจะจัดวาง “ยุทธศาสตร์” เปิดศึกขึงพืดรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
5 กรอบอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ “ประชาธิปัตย์” หยิบขึ้นมาเป็น “ตุ๊กตา” ระหว่างซุ่มประมวลข้อมูลในมือว่าจะจัดวาง “ยุทธศาสตร์” เปิดศึกขึงพืดรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
1.โครงการรับจำนำข้าว ที่เวลานี้ทำให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ต้องเข้าไปแบกรับภาระ 1 แสนล้านบาท ยังไม่รวมกับเงื่อนงำการรับจำนำในหลายพื้นที่ที่เริ่มส่งกลิ่นความผิดปกติ และเริ่มมีข้อมูลมาถึงมือฝ่ายค้านในหลายพื้นที่
2.การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเวลานี้สถานการณ์กลับมาปะทุอีกรอบด้วยระดับดีกรีที่เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่รัฐบาลยังไม่มีมาตรการเอาจริงเอาจังกับปัญหาในพื้นที่ นอกจากการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลประสานงาน
3.ปัญหาสินค้าราคาเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะ “ยางพารา” แม้ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบที่ตั้งเป้าจะพยุงราคายางกลับมาที่ 104 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งยังอยู่ที่ 80 กว่าบาท ทั้งที่ ครม.ขออนุมัติงบประมาณกว่า 3 หมื่นล้านบาท
4.มหากาพย์เรื่องน้ำท่วมที่สืบเนื่องมาตั้งแต่ปี 2554 ที่ล้มเหลวในการบริหารจัดการจนมีผู้เสียชีวิต และสร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาล มาจนถึงทั้งการใช้งบประมาณแก้ไขปัญหาน้ำท่วม 3.5 แสนล้านบาท ที่ใช้วิธีการจัดซื้อวิธีพิเศษ
5.ประเด็นที่รัฐบาลปล่อยให้กัมพูชาได้รับสิทธิในการจัดการประชุมมรดกโลกครั้งต่อไปแต่เพียงผู้เดียว ที่ส่งผลให้เราต้องเสียเปรียบในการต่อสู้ ในประเด็นการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารของกัมพูชา
ประเมินแล้วยังเป็นเพียงแค่กรอบ “เรียกน้ำย่อย” ที่ต้องรอดูใกล้ๆ วันจริง ว่า จะมี “ข้อมูลเด็ด” อะไรที่เป็นไม้ตายหยิบมาถล่มรัฐบาล
ที่สำคัญไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับฝ่ายค้าน หากจะตั้งเป้าใช้เวทีสภา “ล้มนายกรัฐมนตรี”
เมื่อเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของ “เพื่อไทย” 263 เสียง จาก 494 เสียง ยังไม่รวมกับเสียงพรรคร่วมรัฐบาลที่ยังเหนียวแน่นเวลานี้ เรียกว่า ปิดประตูตาย ถ้าจะหวังให้เสียงข้างมากแหกโผมาโหวตสวนไม่ไว้วางใจนายกฯ
แม้ “ประเด็น” ที่ฝ่ายค้านหยิบมาถล่มจะมีน้ำหนักหลักฐานชัดเจนจนรัฐบาลซวนเซ แต่ทางออกสุดท้ายก็หนีไม่พ้น “ตัดตอน” ความผิดไปให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบในเรื่องนั้น ไม่ให้เรื่องย้อนกลับมาสั่นคลอนเก้าอี้นายกฯ
จากนั้นก็อาจนำไปสู่การปรับ ครม. โละรัฐมนตรีที่มีปัญหา สังเวยความรับผิดชอบ ไปในโอกาสเดียวกับที่จะปรับ ครม.ล็อตใหญ่ ตามสัญญาใจที่จะปรับ ครม. เมื่อครบ 1 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 23 ส.ค.นี้
การยื่นอภิปรายฯ เที่ยวนี้ จึงพุ่งเป้าไปที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เป็นหลัก ส่วนจะมีรัฐมนตรีที่ติดร่างแหด้วยก็เพียงแค่ไม่กี่คน แต่จะเหวี่ยงแหอภิปรายฯ กว้างๆ
ที่สำคัญ “ยุทธศาสตร์” อภิปรายไม่ไว้วางใจเที่ยวนี้ ย่อมไม่ได้หวังผลสัมฤทธิ์จากการอภิปรายฯ ในเวทีสภา
ทว่า เล็งผลไปถึงหลังลงมติอภิปรายฯ เมื่อการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถูกกำหนดให้ต้องยื่นคู่ขนานไปกับการยื่นเรื่องถอดถอนออกจากตำแหน่ง ที่จะต้องยื่นเรื่องผ่านประธานวุฒิสภา ผ่านไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ชี้มูลความผิดในประเด็นที่จะหยิบขึ้นมาอภิปรายฯ
เมื่อผลสุดท้ายของกระบวนการสอบสวน หากสามารถพิสูจน์หลักฐานเชื่อมโยงความผิดได้ ย่อมสามารถชี้เป็นชี้ตายได้มามากกว่าจะรอวัดจำนวนมือในสภา
เวทีอภิปรายฯ จึงเป็นเพียงแค่การ “ขึงพืด” นายกฯ ยิ่งลักษณ์ กลางสภา ให้ฝ่ายค้านผลัดเปลี่ยนกันมารุมถล่ม ในประเด็นความล้มเหลวการบริหารประเทศด้านต่างๆ พร้อมโยงไปถึงเงื่อนงำความไม่โปร่งใส เมื่อจุดอ่อนเรื่องการชี้แจงของ “ยิ่งลักษณ์” ยังเป็นปัญหาที่ยากจะแก้ไข
ไม่แปลกที่ “เพื่อไทย” จะซุ่มฟิตประชุมเตรียมความพร้อมรับมือศึกซักฟอกกำชับ สส. รัฐมนตรี ทำการบ้านเก็บข้อมูลในประเด็นที่เก็งว่าจะถูกอภิปรายฯ
น้ำหนักการอภิปรายฯ เที่ยวนี้ จึงหนีไม่พ้นที่จะต้องพุ่งเป้าไปที่ประเด็นเรื่อง “ทุจริตคอร์รัปชัน” เพราะลำพังแค่การหยิบยกเรื่องการล้มเหลวการบริหารประเทศ มวลชนบางส่วนยังให้อภัยในความมือใหม่และพร้อมให้โอกาสต่อเนื่อง
การพุ่งเป้าไปที่เงื่อนงำ “ทุจริต” จึงเป็นชนวนที่จะเขย่ารัฐบาลได้เห็นผลเร็วกว่าปมอื่นๆ และเป็นแผลที่สามารถล้มรัฐบาลมาได้นักต่อนัก
ที่สำคัญปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องทุจริตคอร์รัปชันในยุคนี้เป็นปัญหาที่รัฐบาลยังแก้ไม่ตก เมื่อผลสำรวจหอการค้าไทย ระบุว่า ปัญหาคอร์รัปชันในไทยระบุแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น นักธุรกิจยังต้องจ่ายใต้โต๊ะ เพื่อให้ได้งานโดยสัดส่วนเพิ่มขึ้นอีกเป็น 30-35%
น่าตกใจกว่านั้นคือ การคาดปีงบ 2556 ยอดคอร์รัปชันสูงถึง 3 แสนล้านบาท
รัฐบาลเองก็รู้จุดอ่อนตรงนี้ ที่ผ่านมาพยายามลบภาพลักษณ์ให้ได้ ล่าสุดมอบหมาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ลงไปดูแลปัญหาทุจริตในโครงการต่างๆ กวดขันงบเยียวยาน้ำท่วม โครงการจำนำข้าว และงบท้องถิ่น
การเร่งขันนอตปราบทุจริตช่วงนี้ จึงเป็นการลดแรงเสียดทานอย่างหนึ่ง ก่อนที่จะถึงเวลาการอภิปรายฯ ไม่ไว้วางใจที่จะถูกรุมถล่มอย่างหนัก
ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจเที่ยวนี้ จึงเป็นหมากตาสำคัญที่ปูทางไปสู่การอาศัยกระบวนการขององค์กรอิสระเล่นงานนายกฯ ในวันที่เสียงจากสภาไม่อาจมีพลังเพียงพอ
ส่วนผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ต้องรอดู “หมัดเด็ด” ของฝ่ายค้านเที่ยวนี้







