
น่าเสียดาย
แม้จะติดตามโอลิมปิกมาอย่างใกล้ชิดทุกครั้ง แต่ต้องยอมรับว่าลอนดอนเกมส์ครั้งนี้ออกจะมีสีสันและสนุกชวนให้ติดตามมากกว่าปีอื่นๆ เล็กน้อย
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
แม้จะติดตามโอลิมปิกมาอย่างใกล้ชิดทุกครั้ง แต่ต้องยอมรับว่าลอนดอนเกมส์ครั้งนี้ออกจะมีสีสันและสนุกชวนให้ติดตามมากกว่าปีอื่นๆ เล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะกระแสนักกีฬาสวย-หล่อตามหลายเว็บบอร์ดที่เกรียวกราว ซึ่งมีผลแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ที่น่าสนใจก็เพราะว่า “ดรามา” และ “การเมือง” ในเกมกีฬาปีนี้ร้อนแรงจริงๆ
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อของสาวน้อยมหัศจรรย์วัย 16 ปี เย่ว์ชีเหวิน ที่คว้าเหรียญทองเดี่ยวผสม 400 เมตรแล้ว เธอดังไม่ใช่เพราะเป็นเหรียญทองที่ทุบสถิติโลก แต่ดังเพราะโค้ชสหรัฐตั้งข้อสงสัยเธอว่าอาจใช้สารกระตุ้น เพราะฟอร์มของน้องเย่ว์ในท่าฟรีสไตล์ ช่วง 50 เมตรสุดท้ายนั้น สถิติดียิ่งกว่านักว่ายน้ำหนุ่มอเมริกันอย่าง ไรอัน ล็อคตี เสียอีก
งานนี้โค้ชเละเป็นโจ๊กเพราะทุกฝ่ายออกมาช่วยนั่งยันนอนยันว่า เย่ว์ตรวจโด๊ปมาแล้ว (หลายรอบ) และผ่านอย่างไม่ต้องสงสัย แถมยังตำหนิโค้ชที่ไม่มีน้ำใจนักกีฬา
ที่จริงแล้วน่าจะเป็นโอกาสชั้นดีของฝ่ายจีน ที่จะได้โอกาสบลัฟอเมริกาบนเวทีโลก ไม่ใช่แค่ประเด็นกีฬาแต่ยังเป็นเรื่องของสปิริต ซึ่งหลายฝ่ายก็ค่อนข้างเทความเห็นใจให้น้องเย่ว์เจ้าของ 2 เหรียญทองครั้งนี้ ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักหรอกค่ะที่จีนจะชนะอเมริกาได้ นอกจากเรื่องเศรษฐกิจเงินทองแล้ว จีนถือว่าแพ้ขาดในด้านซอฟต์พาวเวอร์
แต่เป็นที่น่าเสียดายแทน ที่จีนไม่อาจช่วงชิงความได้เปรียบมาครอง เพราะดันมีเรื่องฉาวกับการแข่งแบดมินตันหญิงคู่มือ 1 ขึ้นมาเสียก่อน ตอนที่คู่มือ 2 แข่งชนะญี่ปุ่นได้เหรียญทองมานี่ นักแบดมินตันจีนถึงกับร้องไห้ไม่อายใครทีเดียว เพราะถือว่าทวงศักดิ์ศรีกลับมาให้วงการลูกขนไก่จีนได้
ดูเผินๆ อาจเป็นแค่เรื่องกีฬา แต่นี่ล่ะค่ะปัญหาใหญ่ของจีนที่ทำให้ทั่วโลกยังไม่สามารถ “เชื่อใจ” ได้เต็มที่สักที จีนสามารถส่งออกสินค้าได้ทั่วโลกและเก่งไม่เป็นรองใครในด้านเศรษฐกิจ แต่กลับไม่สามารถส่งออกความเชื่อมั่น ศรัทธา หรือด้านบวกในเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ได้ ตรงกันข้ามกับสหรัฐที่ส่งออกทุกอย่าง ตั้งแต่หนัง เพลง แฟชั่น ไปจนถึงระบอบประชาธิปไตย และกระทั่งความเป็นพันธมิตรทางการทหาร
แม้แต่ในอาเซียนเองนั้น จีนก็ยังเดินเกมรุกหนักในถิ่นอิทธิพลเดิมอย่างพม่า จนกลายเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่กดดันให้พม่าต้องปรับตัวเรื่องนโยบายต่างประเทศ โดยเปิดทางให้ตะวันตกและชาติอื่นๆ เข้ามาคานมากขึ้นแทน ส่วนเรื่องข้อพิพาทในน่านน้ำทะเลจีนใต้นั้นไม่ต้องพูดถึง ความแข็งกร้าวของจีน และการงัดข้อของประเทศในอาเซียน จะทำให้เรื่องนี้เป็นปัญหาคาราคาซังไปอีกนาน ไม่แพ้ชายแดนไทยเขมร เลยทีเดียว
เงินกับแสนยานุภาพทางทหารอาจไม่เพียงพอต่อชาติที่ได้ชื่อว่าเป็นมหาอำนาจ หากละเลยปัญหาเล็กๆ ที่คาดไม่ถึงไป
จุดเล็กๆ อย่างการสอบสวนการล้มเกมลูกขนไก่อย่างเต็มรูปแบบ อาจเป็นนิมิตหมายที่ดีก็ได้







