
ดันเอฟทีเออียูเข้าสภาส.ค.นี้แก้เกมจีเอสพี
“พาณิชย์” ดัน เอฟทีเอไทยอียู เข้าสภาไฟเขียว ส.ค.นี้ หวังเร่งเจรจาช่วยสินค้าไทยถูกตัด จีเอสพี ลดภาษีกรอบเร่งด่วน
“พาณิชย์” ดัน เอฟทีเอไทยอียู เข้าสภาไฟเขียว ส.ค.นี้ หวังเร่งเจรจาช่วยสินค้าไทยถูกตัด จีเอสพี ลดภาษีกรอบเร่งด่วน
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมจะเร่งดำเนินการตามกระบวนการมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สามารถเริ่มการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทยสหภาพยุโรป (อียู) ให้ได้โดยเร็วที่สุด หรือประมาณต้นปี 2556 โดยคาดว่าจะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาได้ภายในเดือน ส.ค.นี้
ทั้งนี้ ประเด็นที่จะเร่งเจรจากับทางอียูเป็นลำดับแรกคือ ขอให้อียูลดภาษีสินค้าในรายการที่ไทยถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) แบบเร่งด่วนให้เหลือภาษี 0% ทันทีที่เริ่มกระบวนการเจรจาเปิดเสรีการค้าระหว่างกัน เพื่อแก้ปัญหาถูกตัดจีเอสพี ซึ่งจะทำให้สินค้าไทยแข่งขันในตลาดอียูได้ต่อไป
สำหรับสาเหตุที่อียูจะตัดสิทธิจีเอสพี เนื่องจากอียูมีการปรับเงื่อนไขการให้สิทธิในโครงการจีเอสพีใหม่ ที่จะดูรายได้ประชากรต่อหัวเป็นหลัก ซึ่งไทยเกินเกณฑ์ที่อียูกำหนด โดยสินค้าที่เข้าข่ายถูกตัดสิทธิในปี 2557 เช่น ผลิตภัณฑ์อาหาร น้ำตาล ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ผัก ผลไม้ ซอสและของปรุงแต่งสำหรับทำซอส เครื่องดื่ม อาหารสัตว์ และยานยนต์ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ในปี 2558 ไทยอาจถูกตัดสิทธิทั้งหมด จะทำให้สินค้าจำนวนที่เหลือไม่สามารถใช้สิทธิได้ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยเป็นมูลค่า 9,300 ล้านเหรียญสหรัฐ และการที่ไทยถูกตัดสิทธิจีเอสพี จะทำให้ประเทศคู่แข่งที่ได้สิทธิจีเอสพีได้ส่วนแบ่งตลาดจากไทยไป ได้แก่ อินเดีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย
นางศรีรัตน์ กล่าวว่า ในการเจรจาเอฟทีเอไทยอียู กรมจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอีกครั้ง เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการเจรจา โดยเฉพาะประเด็นที่ภาคเอกชนกังวล และยืนยันว่าการเจรจาจะมุ่งรักษาผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดไทยในอียู







