
ดับฝัน‘เต้น’กฤษฎีกาห้ามใช้เงิน‘สกย.’
สกย.เผยกฤษฎีกาตอกฝาโลงโครงการ เต้นแจกแหลก แจกเงินเกษตรกรสวนยาง 2.6 หมื่นบาท ไม่ได้
สกย.เผยกฤษฎีกาตอกฝาโลงโครงการ เต้นแจกแหลก แจกเงินเกษตรกรสวนยาง 2.6 หมื่นบาท ไม่ได้
นายวิทย์ ประทักษ์ใจ ผู้อำนวยการกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ในการประชุมคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (กสย.) ที่มีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน รับทราบผลการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า สกย.ไม่สามารถใช้เงินจาก กสย.เพื่อให้เป็นเงินเพิ่มหรือเงินจูงใจ 1 หมื่นบาท แก่เกษตรกรที่เข้าโครงการโค่นยางเก่าปลูกยางใหม่ได้ เพราะขัดกับกฎหมายมาตรา 4 และมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.กองทุนสวนยาง ซึ่งทำให้นโยบายที่จะจ่ายเงินให้กับเกษตรกรที่เข้าโครงการโค่นยางเก่าปลูกยางใหม่ได้รับเงิน 2.6 หมื่นบาทต่อไร่ ของ รมช.เกษตรฯ ไม่สามารถทำได้
“ในที่ประชุม รัฐมนตรีก็รับทราบโดยกล่าวว่า เมื่อทำไม่ได้ก็ไม่ทำ เพราะปกติ สกย.ก็มีโครงการส่งเสริมการโค่นยางเก่าปลูกยางใหม่อยู่แล้ว โดยเกษตรกรจะได้รับเงินสงเคราะห์ในอัตรา 1.6 หมื่นบาทต่อไร่ ในระยะเวลา 6 ปีอยู่แล้ว ซึ่งตั้งเป้าส่งเสริมปีละ 3 แสนไร่ซึ่งในแต่ละปีสกย.มีเป้าหมายส่งเสริมปีละ 3แสนไร่ แต่ในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา ไม่เป็นไปตามแผนเพราะยางราคาดี แต่ในปีนี้เมื่อราคายางไม่จูงใจก็คาดว่าเกษตรกรที่มีสวนยางอายุ 25 ปีซึ่งเป็นยางเก่าให้น้ำยางน้อยจะสนใจเข้าโครงการมากขึ้น” นายวิทย์ กล่าว
สำหรับสถานการณ์ยางพาราในภาคใต้ สวนยางถือว่าอิ่มตัว เนื่องจากมีปัญหาค่าแรงงานกรีดยางเพิ่มขึ้น ทำให้บางรายต้องแบ่งรายได้ให้คนกรีดถึง 50-60% ทำให้ขณะนี้พบว่าสวนเก่าจะเริ่มเปลี่ยนเป็นปลูกปาล์มเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนถูกกว่าและผลของปาล์มก็ไม่ต่างกับยางพารา ที่มีรายได้เฉลี่ยที่ 1 -1.5 หมื่นบาทต่อไร่







