
หวั่นรื้อโครงสร้างกทม.สนองประโยชน์การเมือง
ห่วงรื้อโครงสร้าง กทม. เลือกนายกนครบาล 50 เขต สนองประโยชน์การเมือง
ห่วงรื้อโครงสร้าง กทม. เลือกนายกนครบาล 50 เขต สนองประโยชน์การเมือง
นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า การแก้ไขร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวด้วยการเงิน หรือร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ กทม.พ.ศ... ที่เสนอโดยนายวิชาญ มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย จะต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่ประชาชนจะได้รับ ในฐานะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง และต้องไม่เป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่พรรคการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวที่เสนอโดยนายวิชาญและคณะ มีเนื้อหาหลักคือ มุ่งปรับโครงสร้างการบริหาร กทม. ออกเป็น 2 ชั้น ประกอบด้วย กทม. และ 50 นครบาล โดยให้มีการเลือกตั้งนายกนครบาลโดยตรง และมีฝ่ายข้าราชการประจำนครคือ ปลัดนครบาล
นายวสันต์ กล่าวว่า หากจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง กทม. จำเป็นต้องพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบและต้องคำนึงถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกหลายฉบับเพื่อไม่ให้ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ
"ถามว่าหากแก้กฎหมายแล้วประชาชนจะได้อะไร รวมถึงปัญหาเรื่องการจัดเก็บรายได้และการจัดสรรงบประมาณ นอกจากนี้ยังต้องคำนึงด้วยว่า หากผู้ว่าฯกทม. กับนายกนครบาลอยู่คนละพรรคแล้วจะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ ที่สำคัญการเลือกตั้งอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ถ้าตราบใดยังมีการทุจริตเลือกตั้งอยู่" นายวสันต์ กล่าว
นายวสันต์ กล่าวว่า ผู้บริหาร กทม.เห็นด้วยในหลักการปรับปรุงแก้ไขการทำงานของ กทม.ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ต้องไม่ใช่แก้ไขเพื่อสนองประโยชน์ทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม นายวสันต์ กล่าวว่า คณะผู้บริหาร กทม. มีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาถึงผลดีผลเสียของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อไม่ให้ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ รวมทั้งพิจารณาว่าสมควรให้คำรับรองหรือไม่ เพื่อสรุปตอบกลับไปยังกระทรวงมหาดไทยต่อไป
ด้านนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สก.เขตห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัจจุบันการบริหารงานของ กทม.ยังไม่คล่องตัวเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับเทศบาลต่างๆ อีกทั้งผู้ว่าฯกทม. เพียงคนเดียวก็ไม่สามารถดูแลประชาชนได้ทั่วถึง ดังนั้นจึงควรมีการกระจายอำนาจมากกว่าที่เป็นอยู่
"ปัจจุบันผู้อำนวยการเขตต่างๆ ก็ยังคงทำงานแบบรูทีน ไม่สามารถตอบสนองประชาชนได้เต็มที่ แต่หากมีการเลือกตั้งนายกนครบาลโดยตรงก็เท่ากับเป็นการตรวจสอบผลงานได้อีกทางหนึ่ง" นายประเดิมชัย กล่าว
ทั้งนี้ นายประเดิมชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาในยุคพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็มีการว่าจ้างสถาบันพระปกเกล้าให้ศึกษาแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ กทม. ด้วยเช่นกัน แต่ยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาทางกฎหมาย







