posttoday
ไทยเบฟได้เงินกู้ซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็น

ไทยเบฟได้เงินกู้ซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็น

05 สิงหาคม 2555

3ธนาคารยักษ์ข้ามชาติอนุมัติ วงเงินสูงเกือบ7หมื่นล้านบาท

3ธนาคารยักษ์ข้ามชาติอนุมัติ วงเงินสูงเกือบ7หมื่นล้านบาท

3 ธนาคารข้ามชาติยักษ์ใหญ่อนุมัติวงเงินกู้เกือบ 7 หมื่นล้านบาท ให้ไทยเบฟซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็น 22%

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน โดยอ้างอิงจากแถลงการณ์ของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ระบุว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ หรือไทยเบฟ ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บรรลุข้อตกลงกับ 3 ธนาคารข้ามชาติยักษ์ใหญ่ ซึ่งอนุมัติเงินกู้มูลค่า 2,250 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.98 หมื่นล้านบาท) เพื่อใช้เป็นทุนสำหรับการเสนอซื้อหุ้นจำนวน 22% จากบริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ในสิงคโปร์

รายละเอียดของแถลงการณ์ระบุชัดว่า 3 ธนาคารข้ามชาติยักษ์ใหญ่ที่บรรลุข้อตกลงด้านการเงินกับไทยเบฟ ประกอบด้วย ธนาคารเอชเอสบีซี โฮลดิ้งส์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด และธนาคารซูมิโตโม มิตซุย ไฟแนนเชียล กรุ๊ป

นับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของไทยเบฟ ที่ได้ยื่นข้อเสนอซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็น 22% จากโอเวอร์ซี ไชนีส แบงกิ้ง คอร์ป (โออีบีซี) เมื่อช่วงกลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะเพิ่มสัดส่วนการเสนอซื้อหุ้นเป็น 24.1% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9 หมื่นล้านบาท)

รายงานระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของบริษัท ไทยเบฟ ภายใต้การบริหารงานของเจริญ สิริวัฒนภักดี มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัท มีขึ้นภายหลังจากที่มีกระแสข่าวรายงานออกมาว่า คณะผู้บริหารของเอฟแอนด์เอ็น ยอมรับข้อเสนอจากไฮเนเก้น หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเบียร์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของวงการเบียร์ เสนอซื้อหุ้นเอพีบีในสัดส่วน 40% ที่เอฟแอนด์เอ็นถือครองอยู่ หรือคิดเป็นมูลค่า 4,100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.3 แสนล้านบาท)

ทั้งนี้ หากเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงตามที่เป็นข่าวจะส่งผลให้ไฮเนเก้นได้สิทธิความเป็นเจ้าของเต็มรูปแบบในเบียร์กว่า 24 ยี่ห้อ ใน 14 ตลาดทั่วภูมิภาคเอเชียที่กำลังมีการขยายตัวเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเป็นทวีปที่มีการบริโภคเบียร์มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก

ยิ่งไปกว่านั้น การถือหุ้นของเอพีบีเพิ่มอีก 40% จากเดิมที่มีอยู่ 42% จะทำให้ไฮเนเก้นกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด ซึ่งคาดกันว่าจะมีส่วนช่วยให้กำไรของบริษัทเบียร์จากเนเธอร์แลนด์เพิ่มจากเดิม 6% เป็น 15% ของรายได้บริษัท โดยไฮเนเก้นมีส่วนแบ่งเบียร์ในตลาดโลกอยู่ที่ 8.8%

รายงานของบลูมเบิร์ก ระบุว่า รายได้ส่วนใหญ่ในขณะนี้ของไฮเนเก้น หรือราว 37% เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา มาจากทางยุโรปตะวันตกที่กำลังเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจถดถอย และยอดการบริโภคเบียร์ที่เริ่มลดจำนวนลง ขณะที่การแข่งขันเพื่อแย่งชิงลูกค้าก็เป็นไปอย่างดุเดือด เมื่อเทียบกับตลาดในภูมิภาคเอเชีย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท