
วิกฤตศรัทธาวันพระใหญ่คนไทยห่างไกลวัด
นับเป็นผลสำรวจที่น่าสะทกสะท้อนใจคนไทยอย่างยิ่ง เมื่อ “นิด้าโพล” ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วทุกภูมิภาค
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
นับเป็นผลสำรวจที่น่าสะทกสะท้อนใจคนไทยอย่างยิ่ง เมื่อ “นิด้าโพล” ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วทุกภูมิภาค เรื่อง “กิจกรรมชาวพุทธ เนื่องในโอกาสฉลองพุทธชยันตี 2,600 ปี” พบว่า ประชาชนเกือบ 80% ไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมการฉลองพุทธชยันตีที่หน่วยงานต่างๆ จัดขึ้น มีเพียง 20.19% ที่เคยเข้าร่วมทำกิจกรรมดังกล่าว
ขณะที่กิจกรรมทางพุทธศาสนาที่ประชาชนปฏิบัติเพื่อเป็นการบูชาและฉลองพุทธชยันตี 2,600 ปี อันดับแรกคือ การทำบุญตักบาตร 55% อันดับสอง การไหว้พระ สวดมนต์ 23.% และอันดับสาม การบวชเรียน 7.97% โดยมีประชาชนเพียง 46.41% เห็นว่าชาวพุทธในสังคมยุคปัจจุบันควรรักษาศีล 5 เพื่อเป็นการบูชาและฉลองพุทธชยันตี
ศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการด้านมานุษยวิทยาและโบราณคดี นักประวัติศาสตร์ ระบุว่า ศาสนาพุทธเผชิญหน้ากับ “วิกฤตศรัทธา” มาอย่างต่อเนื่อง โดยยิ่งเห็นภาพดังกล่าวชัดขึ้นเมื่อเปรียบเทียบวิถีชีวิตระหว่างคนในยุคปัจจุบันกับคนรุ่นก่อน หรือรุ่นปู่ย่า ซึ่งเดิมชีวิตประจำวันเคยได้รับการบ่มเพาะด้านศรัทธาในพุทธศาสนาด้วยกิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินร่วมกันในสถาบันครอบครัว ร้อยเรียงกันเป็นวิถีชาวบ้าน เป็นประเพณี เป็นวัฒนธรรมอันดีงาม
เมื่อกิจกรรมที่ผูกพันกับพุทธศาสนาถูกสั่นคลอนและถูกแทนที่ด้วยวิถีชีวิตตามแนวทางของคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมที่ผลักให้เกิดช่องว่างและความห่างเหินกันในทุกกลุ่มคน เริ่มจากระดับครอบครัวที่เล็กลง ระดับสังคมที่กำกับไว้ด้วยวิถีปัจเจกนิยม มีความชอบความสนใจแตกต่างกันไป วัฒนธรรมอันหลากหลายที่ทะลักผ่านสื่อสมัยใหม่มาจากทุกทิศทุกทาง ทั้งหมดย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะก่อให้เกิดช่องว่างระหว่างพุทธศาสนากับคนรุ่นปัจจุบัน
“คนรุ่นนี้ซึ่งสนใจพุทธศาสนาน้อยลงอยู่แล้ว อีกทั้งสภาพแวดล้อมก็ไม่ได้สร้างโอกาสให้เข้าร่วมกิจกรรมทางพุทธศาสนาอย่างแท้จริงนัก ขณะที่การฉลองพุทธชยันตีได้รับการประชาสัมพันธ์ไปในรูปแบบที่ไม่แตกต่างจากการท่องเที่ยว เรื่องของความศรัทธาและการเข้าถึงแก่นของพุทธก็เกิดขึ้นยาก...”
“ไม่เพียงแค่นี้ ในเมืองใหญ่ วัด ซึ่งเป็นแหล่งเผยแผ่ศาสนาก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่แหล่งบ่มเพาะศรัทธาอีกต่อไปแล้ว หลายแห่งกลายเป็นเพียงแหล่งจัดกิจกรรมทางศาสนาที่เป็นเพียงสัญลักษณ์และเป็นเรื่องที่ฉาบฉวยที่สุดเท่านั้น หลายคนไปร่วมกิจกรรมในวันพระใหญ่โดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่าวันที่ไปร่วมกิจกรรมมีความสำคัญอะไรในพุทธศาสนา ทั้งหมดเป็นกิจกรรมที่อาจจะไม่มีความหมายอะไรนัก” นักวิชาการด้านมานุษยวิทยา กล่าว
อย่างไรก็ดี แม้ศรัทธาในพระพุทธศาสนาจะถูกสั่นคลอนเป็นอย่างมากในสังคมสมัยใหม่ ขณะที่ความสนใจอย่างจริงจังมีความเลื่อมใสต่อแก่นแท้ของพุทธศาสนากลายเป็นเพียงความสนใจเฉพาะกลุ่ม แต่อาจารย์ศรีศักรก็เชื่อว่าคนกลุ่มนี้ไม่มีวันหมดไปจากสังคมไทย
“เรายังมีความหวังอยู่ ในกลุ่มคนที่ศรัทธาจริงๆ เช่น คนที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมวิปัสสนา กลุ่มพระป่า หรือแม้กระทั่งวัดทั่วไปในชนบทก็ยังมีกิจกรรมที่ต่อเนื่องกับเรื่องของศรัทธาคำสอนอยู่มาก ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้จึงน่าจะต้องทบทวนบทบาทของตัวเองว่าจะส่งเสริมอะไรให้เกิดศรัทธาที่แท้จริง” ศรีศักร กล่าว
แก้ว ชิดตะขบ นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา กองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า ศาสนาพุทธให้อิสระแก่ผู้ที่นับถือ กิจกรรมทางศาสนาหรือแม้กระทั่งความรู้ด้านต่างๆ แม้จะบังคับอยู่ในแบบเรียน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องของความสนใจเฉพาะบุคคลเป็นหลัก จึงเป็นไปได้ที่แม้จะเห็นประชาชนเดินทางมาร่วมจัดกิจกรรมทางศาสนาจำนวนไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่มาร่วมเพียงเพราะเห็นว่าเป็นวันพิเศษที่ประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ
“ศาสนาพุทธเปิดโอกาสให้คนปฏิบัติเองโดยไม่จำเป็นต้องเข้าวัด เราสามารถปฏิบัติตามหลักศาสนาเพียงคนเดียวที่ไหนก็ได้ มีหลักปฏิบัติที่รองรับแนวทางนี้อีกด้วย ด้วยเหตุนี้พุทธศาสนาจึงอาจจะถูกมองว่ามีผู้สนใจน้อยลงไปด้วย” นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา กล่าว
วันพระใหญ่ อาสาฬหบูชา และเข้าพรรษา ทุกจังหวัดต่างจัดกิจกรรมเกี่ยวกับพุทธศาสนา รวมทั้งการลด ละ เลิกอบายมุข กิจกรรมดังกล่าวแม้จะเป็นวิถีที่สอดพ้องกับกิจกรรมทางพุทธศาสนา ทว่าทุกวันพระใหญ่ก็ยังพบว่ามีสถานบันเทิงต่างๆ จำหน่ายสุรา
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ถึงกับต้องออกมาย้ำว่า วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ซึ่งตรงกับวันที่ 2 และ 3 ส.ค. นอกจากจะเป็นวันพระใหญ่แล้ว ยังถือเป็น “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2552 โดยกำหนดห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันพระใหญ่ 4 วัน คือ วันมาฆบูชา วิสาขบูชา อาสาฬหบูชา และเข้าพรรษา ยกเว้นให้ขายในโรงแรมตาม พ.ร.บ.โรงแรม ที่มีการจดทะเบียนถูกต้องเท่านั้น หากพบผู้ฝ่าฝืนให้ลงโทษอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีข้อยกเว้น มีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความสำคัญของวันพระใหญ่กับวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ตีขนาบเคียงคู่กันมาอย่างมีความหมาย จนอาจสะท้อนได้ว่าคนไทยหันไปศรัทธาเหล้ามากกว่าเข้าวัด
อาจมีเพียงคนสูงวัยและคนกลุ่มน้อยอีกจำนวนหนึ่งที่ยังมีศรัทธาแรงกล้า คอยช่วยถ่วงดุลไม่ให้โลกถูกด้านมืดครอบงำมากจนเกินไป







