
ผมไม่ใช่สายตรงใคร
ไม่เพียงได้รับการแบ่งงานให้มากำกับด้านสื่อ แต่เป็นที่สังเกตในช่วงรัฐบาลบริหารงานเกือบ 1 ปี นายกฯ ยิ่งลักษณ์
ไม่เพียงได้รับการแบ่งงานให้มากำกับด้านสื่อ แต่เป็นที่สังเกตในช่วงรัฐบาลบริหารงานเกือบ 1 ปี นายกฯ ยิ่งลักษณ์
สั่งการให้นิวัฒน์ธำรงเข้าไปทำภารกิจหลายด้าน ตั้งแต่เป็นหนึ่งในกรรมการบริหารจัดการอุทกภัย ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปราบคอร์รัปชัน ประสานงานฟื้นฟูท่องเที่ยว จัดกิจกรรมปลูกป่า หรือแม้แต่จัดเตรียมแถลงผลงานรัฐบาล เรียกว่า “สากกะเบือยันเรือรบ”
ทั้งที่ ครม. มีถึง 35 คน มีหลายกระทรวง แล้วเหตุใดยิ่งลักษณ์ถึงมอบหมายให้นิวัฒน์ธำรง เพราะความเป็นนักธุรกิจด้วยกันหรือไม่ ถึงต้องเลือกคนไว้วางใจมาเป็นมือประสานงาน หรือเพราะคำสั่งสายตรงจากคนแดนไกล
“ส่วนหนึ่งมาจากความเป็นนักธุรกิจที่เคยทำงานร่วมกับนายกฯยิ่งลักษณ์ และอีกส่วนหนึ่งก็สามารถประสานงานรัฐมนตรีทั้งหลายได้ และไม่เป็นคนขัดแย้งหรือทะเลาะเบาะแว้งกับใคร เอางานเป็นที่ตั้ง ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ และการมาตรงนี้ไม่ใช้สายตรงคนต่างประเทศ แต่ก็เคยทำงานให้ท่านมาเกือบ 20 ปี หรือครึ่งหนึ่งในชีวิตการทำงานอยู่กับกลุ่มชินคอร์ปอเรชั่น ถามว่าอาจจะคุ้นเคยกัน แต่ก็ไม่เคยมีการสั่ง หรือไปหา แต่นานๆ ก็มีโทร.หากันที ส่วนใหญ่ก็อยู่ตรงนี้ เช่น เวลาประชุม ครม. นายกฯ มอบหมายงานให้ตรงนี้ก็แย่แล้ว” นิวัฒน์ธำรง เฉลย
นิวัฒน์ธำรง ย้ำว่า การเข้ามาจุดนี้ได้ ไม่ใช่เพราะว่าเป็นสายตรงของใคร แต่มีความคุ้นเคยกับนายกฯ ประกอบกับนายกฯ ชักชวนมาในช่วงเกษียณการทำงานพอดีและว่าง อีกทั้งก่อนการเลือกตั้งก็เข้ามาช่วยทำงานในพรรคและเป็นสมาชิกพรรค ลงสมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ และช่วงหาเสียงช่วงเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ไปปราศรัยตามเวทีต่างๆ แต่จะช่วยสนับสนุนในเรื่องการบริหารจัดการเรื่องต่างๆ ภายในออฟฟิศ เพราะฉะนั้น การเข้ามาจึงเป็นการขันอาสา
อย่างไรก็ตาม หากถามถึงความสัมพันธ์ พ.ต.ท.ทักษิณ
“ผมก็ไม่ได้คุ้นเคยกันมาตั้งแต่สมัยไอทีวี แต่เริ่มตั้งแต่ธุรกิจไอที มือถือ ซึ่งเคยทำเรื่องดาวเทียม และมองว่าจากนักธุรกิจสู่นักการเมืองการทำงานไม่ต่างกัน เพราะไม่ได้ทำการเมือง แต่มาทำงานดูโครงการนั้น โครงการนี้ คุมเรื่องงานเท่านั้น ส่วนการเมืองก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นไป”
รัฐมนตรีจากค่ายมือถืออธิบายต่อไปว่า หากเป็นรัฐมนตรีทั่วไปต้องคุมกระทรวงก็แย่แล้ว แต่งานที่ทำมันลอย ไม่มีกระทรวงประจำ มีหน้าที่ดูแลเลขาฯ เช่น สศช. ก.พ.ร. สลค. ปลัดสำนักนายกฯ เพราะฉะนั้น หน้าที่ที่ดูแลจึงเป็นการประสานอยู่แล้ว จึงมาอย่างนี้
“ผมเข้ามาเพื่อทำงาน ไม่ได้เข้ามาเล่นการเมือง ใครถามเรื่องการเมืองผมไม่ตอบ และมีความภูมิใจว่างานที่ทำออกมาดี”
ทั้งนี้ นิวัฒน์ธำรงยังกล่าวถึงนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ซึ่งก็เคยเป็นนักธุรกิจด้วยกันมาทำงานการเมืองมีพัฒนาการที่ดีขึ้น “เห็นอย่างนี้นายกฯ ก็เป็นคนเก่งนะ (รีบออกปาก) แถมยังเป็นคนทำงานเก่ง มีสติปัญญาแหลมคม ความจำดี เร็ว เช่น การตัดสินใจ และการไปในกลุ่มต่างๆ มีวิวัฒนาการมากขึ้น แตกต่างจากที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งช่วง 45 เดือนแรก ต้องมาเจอกับปัญหาอุทกภัย ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัย แต่ในเชิงความรู้ความสามารถมีมาตั้งแต่ต้นเป็นทุนเดิม
“3 เดือนแรก อาจจะเป็นเพราะความไม่คุ้นเคย เพราะนายกฯ มีประสบการณ์ในด้านธุรกิจเยอะ ทั้งด้านการบริหารงาน เป็นซีอีโอ ประธานบอร์ด อะไรต่อมิอะไรมาหลายเรื่อง หลายงาน เพราะฉะนั้น ความรู้ความสามารถก็มีสะสมมา เพียงแต่เข้ามาในระบบการเมือง และการเป็นผู้นำเลย ต่างจากผมที่ไม่ได้เข้ามาเป็นผู้นำหรือการเมือง ดังนั้น ผมเองจะง่ายกว่าเยอะ” นิวัฒน์ธำรง ประเมินผ่านสายตานักธุรกิจการเมืองด้วยกัน







