posttoday
เสียงจากผู้นำหญิงแห่งภูทรถึงนโยบายกองทุนสตรี

เสียงจากผู้นำหญิงแห่งภูทรถึงนโยบายกองทุนสตรี

03 สิงหาคม 2555

นโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้มี “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” ให้ครบทั้ง 77 จังหวัด ถือว่าเป็นจริงขึ้นมาแล้ว

นโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้มี “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” ให้ครบทั้ง 77 จังหวัด ถือว่าเป็นจริงขึ้นมาแล้ว และทำพิธีเปิดโครงการอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 31 ก.ค. โดย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปทำพิธีเปิดนโยบายอย่างเป็นทางการ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี และเม็ดเงินก้อนแรกกว่า 1,520 ล้านบาท ก็ได้ถูกโอนเงินเข้ากองทุนฯ 77 จังหวัด จังหวัดละ 20 ล้านบาท เรียบร้อยแล้ว และจะทยอยโอนให้อีกเฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท ตามขนาดของจังหวัด

สำหรับกองทุนฯ จะเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนแบบดอกเบี้ยต่ำ หรือปลอดดอกเบี้ย ในการพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่สตรี รวมถึงการพัฒนาศักยภาพสตรี ซึ่งโครงการนี้รัฐบาลมุ่งเน้นที่จะทำงานร่วมกับองค์กรสตรีตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ โดยสมาชิกกองทุนฯ ต้องรวมกลุ่มกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จึงจะยื่นเสนอโครงการได้

อย่างไรก็ตาม มีทัศนะที่น่าสนใจจาก “ผู้นำสตรี” อาทิ ผกาพันธุ์ สรรค์สวาสดิ์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีภาคใต้ เห็นว่าบทบาทสตรีในปัจจุบันได้รับการยอมรับมากกว่าในอดีต แต่ในภาพรวมของประเทศบทบาทของสุภาพบุรุษจะมีมากกว่า บทบาทสตรียังถูกจำกัดจากบรรทัดฐานทางสังคม สตรีไม่สามารถฝ่าไปได้

ดั้งนั้น คนทำงานด้านสตรีต้องทำยุทธศาสตร์ ว่า จะทำอย่างไรก็ได้ให้สตรีฝ่าขึ้นไปได้ ความจริงแล้วผู้หญิงเปรียบเหมือนผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ แต่ไม่มีโอกาสมาอยู่เบื้องหน้า มีเพดานกั้นไว้ทำอย่างไรถึงจะฝ่าเพดานไปได้

การจัดกองทุนฯ ในทุกจังหวัดเธอมองเป็นสิ่งที่ดีมาก การจะสร้างพลังและอำนาจต่อรองได้ก็ต้องมีเงินจากสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเอง ขั้นแรก สตรีต้องรวมกลุ่ม เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ระหว่างกันและมีโอกาสสร้างอาชีพของตัวเอง สร้างเครือข่ายระหว่างสตรีในจังหวัด สร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

ในขณะเดียวกันสตรีไทยต้องควบคุมเกมในกองทุนฯ ไว้ให้ได้ เพราะเงินลงมาผลประโยชน์เกิด พอเงินลงคนนั้นก็อยากได้คนนี้ก็อยากได้ ในขณะเดียวกันเราต้องใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาส ต้องสร้างคุณค่าให้เป็นที่ยอมรับของสังคม

ขณะที่ วราพร แจ้งเจริญ เลขานุการกลุ่มพัฒนาสตรีระดับภาคกลาง ตัวแทนจาก จ.ชลบุรี เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และสนับสนุนการทำงานของสตรีทั่วประเทศอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกองทุนฯ ถือเป็นก้าวสำคัญของรัฐบาลที่เห็นคุณค่าของผู้หญิงไทย

หากเปรียบเทียบกับรัฐบาลก่อนๆ ให้ความสำคัญกับกลุ่มสตรีน้อยมาก แต่รัฐบาลนี้มีการจัดสรรงบประมาณให้ผู้หญิงไทยทั่วประเทศ ดำเนินกิจกรรมที่สร้างสรรค์ภายใต้การจัดสรรเงินมาให้เฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท ดีใจมากและภูมิใจมากที่นายกฯ หญิงคนแรกของประเทศให้ความสำคัญกับผู้หญิงด้วยกัน พวกเราจะนำเงินหรือคิดโครงการที่เป็นประโยชน์กับชุมชนท้องถิ่นของตัวเองให้มากที่สุด

ด้าน ศรีพรรณ์ เชียงทอง กรรมการพัฒนาสตรีเชียงใหม่ เห็นว่าเป็นเรื่องน่ายินดีนโยบายกองทุนฯ ทำให้สตรีมีบทบาทในสังคมมากขึ้น และเป็นการส่งเสริมอาชีพ รายได้ให้กับสตรี จากงบประมาณของกองทุนนี้ ถือว่าเป็นเรื่องดีมาก เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องที่ให้ความสำคัญกับผู้หญิงมาก่อนเลย บทบาทสตรีสมัยก่อนกับตอนนี้เปลี่ยนไปเยอะ สมัยก่อนสตรีแทบจะไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรเลย แต่เดี๋ยวนี้คำว่า “ผู้หญิง” คือ “ช้างเท้าหลัง” นั้น นำมาใช้ไม่ได้แล้ว ผู้หญิงสมัยนี้ต้องเดินคู่กับผู้ชาย

อุบล ชบาทอง กรรมการพัฒนาสตรีนครนายก เห็นว่าสมัยก่อนสตรีไม่กล้าแสดงออกเป็นเพียง “ช้างเท้าหลัง” แต่ปัจจุบันนี้กล้าแสดงออก กล้าแสดงความคิดเห็น และมีบทบาทในสังคมอย่างเสรี ในชุมชนต่างๆ จะมีสตรีเป็นผู้นำเยอะ สตรีจะมีความตั้งใจในการทำงาน แต่ไม่ได้ดูถูกว่าผู้ชายไม่ตั้งใจทำงาน

เธอมองว่า สตรีมีความตั้งสูง ทำงานละเอียดกว่า เมื่อเทคโนโลยีไม่หยุดนิ่งสตรีก็จำเป็นต้องเรียนรู้งานทุกอย่าง ปรับเปลี่ยนวิถีดั้งเดิมจากที่เคยอยู่เป็นแม่เหย้าแม่เรือน ตอนนี้เราต้องมาทำงานช่วยเหลือครอบครัวและชุมชนด้วย เพื่อขับเคลื่อนให้ชุมชนได้เป็นชุมชนต้นแบบ ดังนั้นการมีกองทุนฯ จะช่วยตรงนี้ได้มาก

สำหรับ สมพิศ สมศรีใส รองประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรี จ.อุดรธานี เธอมองว่า เมื่อก่อนสตรีอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน พ่อแม่ไม่ให้ออกไปไหน สตรีจะเป็นช้างเท้าหลังตลอดเวลา จนมาถึงปัจจุบันสตรีเราค่อยพัฒนาขึ้นทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะด้านความรู้ หรือด้านการทำงาน

ตอนนี้สตรีเราได้ก้าวหน้า มีความเข้มแข็งขึ้น แล้วก็ตื่นตัวเอามากๆ เช่น จ.อุดรธานี มี 20 อำเภอ 1,880 หมู่บ้าน สมัยก่อนต้องมีการศึกษาถึงจะมีงานทำ มีความรู้ถึงจะได้รับตำแหน่งต่างๆ แต่ปัจจุบันสตรีสามารถเป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กำนันหญิงก็มีเยอะ เป็นความภาคภูมิใจมาก

มุมมองเกี่ยวกับกองทุนพัฒนาสตรีเธอมองว่า ครั้งแรกมองว่าจะเป็นไปได้ไหม ตอนแรกก็ไม่เข้าใจแม้แต่กำนันผู้ใหญ่บ้านก็คิดว่า กองทุนฯ จะเอาเงินลงมาให้หมู่บ้านจะแบ่งหารกันอย่างไร เมื่อไปอบรมทุกคนก็เข้าใจว่า เงินที่ได้มาไม่ใช่ว่าจะได้ง่ายๆ ต้องเขียนโครงการ ต้องมีการรวมกลุ่มกัน แล้วก็มีการหมุนเวียน มีคณะกรรมการจัดให้มีระบบระเบียบ ไม่เหมือนกองทุนหมู่บ้าน กองทุนพัฒนาสตรีต้องเป็นทีม เป็นกลุ่มมีโครงการที่แน่ชัด ถ้าโครงการของเราไม่แน่ชัดก็ทำไม่ได้

อย่างไรก็ตาม เสียงข้างต้นนี้เป็นเสียงสะท้อนจาก “ผู้นำสตรี” ที่น่าจะสะท้อนตรงต่อนโยบาย “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” ได้อย่างดี ส่วนความสำเร็จจะเป็นไปตามที่รัฐบาลคาดหวังหรือไม่ หรือเป็นเพียงนโยบายหาเสียงสนับสนุนจากผู้หญิงก็ต้องรอดูในโอกาสต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท