posttoday
"คณิต" สั่งลา...ไม่มีกฏหมายใดบังคับให้คนปรองดองได้

"คณิต" สั่งลา...ไม่มีกฏหมายใดบังคับให้คนปรองดองได้

03 สิงหาคม 2555

โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ

โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ


15ก.ค.ที่ผ่านมา วาระการทำงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ซึ่งมี คณิต ณ นคร เป็นประธาน ได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้ว

2 ปีเต็มของการทำงาน ผลสรุปที่ได้จากการตรวจสอบ สามารถไขข้อสงสัยและแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมได้หรือไม่

“แม้ว่า คอป.จะหมดวาระไปแล้ว แต่ในฐานะที่ผมเป็นคนไทยคนหนึ่ง ยังเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมืองเสมอและยังภาวนาไม่อยากให้เกิดความรุนแรงขึ้นมาอีก ผมยิ่งเกิดความระแวงตามมามากขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับนักการเมือง ผมจึงไม่สามารถบอกได้ว่าความปรองดองจะเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่และหน้าที่ของ คอป.ยังไม่เสร็จ” คณิต กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์พิเศษกับโพสต์ทูเดย์

สำหรับหน้าที่ของ คอป.คือ จะต้องสรุปรายงานผลการวิจัย ต้นตอของปัญหา แนวทางการแก้ไข และผลการตรวจสอบความจริงที่ทำมาตลอด 2 ปี ให้เป็นรายงานชิ้นสุดท้าย ก่อนจะเสนอสู่สายตาสาธารณชนในวันที่ 10 ส.ค.นี้

ถามว่าข้อเสนอของ คอป. จะทำให้รัฐบาลต่ออายุคณะกรรมการออกไปอีกหรือไม่

“โอ้! ไม่เอาแล้ว ต่อไปเพื่ออะไร ที่เราทำเนี่ยสร้างเงื่อนไขให้เกิดความเป็นธรรมทุกอย่างแล้ว ถ้ารับเอาไปปฏิบัติมันจะเห็นผล ผมอยากให้คนอื่นมาสานต่อเพื่อให้ดีขึ้น เราเสนอไปเยอะมาก เช่น เสนอว่าการตีตรวนมนุษย์นั้นผิด ไม่มีหลักเกณฑ์ แต่ก็ยังเห็นตีตรวนกันเป็นว่าเล่น หรือเสนอการปล่อยตัวชั่วคราว ก็เห็นว่าไม่ค่อยถูกหลักกฎหมาย ยังเหมือนเดิม หรือเราเสนอว่า มาตรา 112 สามารถแก้ไขได้ ก็ยังไม่เห็นทำ อันนี้เข้าใจว่าการเมืองไม่กล้าทำ” ประธาน คอป. กล่าว

หากย้อนกลับไปในรายงานชิ้นแรกที่เสนอรัฐบาล ระบุว่า จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งอยู่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในคดีซุกหุ้น จึงมีคำถามว่า แล้วจุดจบควรอยู่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่

คณิตให้มุมมองอย่างน่าสนใจ “ผมพูดอย่างนี้แล้วกันนะ อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ท่านไม่เข้าเมืองไทย ท่านอยู่จนตายที่เมืองนอก จะกลับมาก็กลับได้ ผมเองก็เคยไปเจอท่านมาก่อน เคยถามท่านว่าทำไมไม่กลับประเทศ ท่านตอบว่า เป็นการเสียสละเพื่อตัวท่านเองและเพื่อส่วนรวม ถ้าเข้ามาบ้านเมืองอาจจะไม่สงบก็ได้ อย่างนี้แสดงว่ามนุษย์เราบางครั้งก็ต้องเสียสละบ้าง และถ้าสิ่งไหนดีเราก็ควรทำเพื่อประโยชน์ของสังคม” คณิตย้ำหลังจากถูกถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ควรเดินตามแบบอาจารย์ปรีดีหรือไม่

เมื่อมองถึงความพยายามของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในการผลักดันร่างกฎหมายปรองดอง ด้วยการอ้างว่านี่คือยาวิเศษ ปรากฏว่าประธาน คอป.ส่งผ่านความเห็นไปถึงรัฐบาล ว่า “ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมีการออกกฎหมายมาบังคับคนให้ปรองดองกัน พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที มันเป็นไปไม่ได้ แต่ความขัดแย้งก็ยังสามารถแก้ได้ความร่วมมือกัน ไม่ใช่ด้วยกฎหมายมาบังคับเป็นเพียงอากัปกิริยาของนักการเมืองที่ดิ้นพล่าน”

มุมมองความคิดของคณิตให้เหตุผลประการสำคัญของความสั่นคลอนในกระบวนการยุติธรรม เช่น ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเรื่องการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมา แล้วเสนอให้ทำประชามติ แต่ถ้าฝ่ายอำนาจรัฐ เขาไม่ทำก็ไปทำอะไรเขาไม่ได้ ซึ่งกลายเป็นเรื่องสร้างความเงื่อนไขตามมา

“ผมดูในข่าวเห็นพรรคเพื่อไทยกำลังอยากแก้ไข มาตรา 68 ผมคิดว่า ควรให้มีการขัดเกลามาตรานี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน และอาจจะเขียนลงในรายงานชิ้นสุดท้ายด้วย เพราะนำมาซึ่งความขัดแย้งต่อไปได้ ส่วนการที่รัฐบาลจะใจร้อนแก้ มาตรา 68 นั้น เป็นอากัปกิริยาดิ้นพล่านของนักการเมือง”

อดีตอัยการสูงสุดผู้นี้ วิพากษ์เรื่องกระบวนการยุติธรรมได้รับผลกระทบว่า เป็นปัญหามานานแล้ว มีคนพูดเรื่อง “ตุลาการภิวัฒน์” ส่วนตัวคิดว่าผู้พิพากษา ตุลาการ จะต้องมีความคิดในทางเสรีที่จะตรวจสอบผู้ใช้อำนาจรัฐได้ เช่นนี้ถึงจะเป็นตุลาการภิวัฒน์ที่แท้จริง

คณิต กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากเสร็จสิ้นงานทั้งหมดจะกลับไปสอนหนังสือต่อ และจะพยายามวางรากฐานความยุติธรรมให้เกิดขึ้น แม้ว่าต้องใช้เวลายาวนาน

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์