
ท่องเที่ยวจี้รัฐ ประชาสัมพันธ์สถานการณ์ม็อบ
นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) ในฐานะโฆษกสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (เฟสต้า) เปิดเผยว่า วันที่ 19 มี.ค.นี้ กรรมการสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (เฟตตา) จะขอเข้าพบนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และนายอรรถชัย บุรกรรมโกวิท ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยว เพื่อประชุมหารือกำหนดกรอบการทำงานด้านการท่องเที่ยวในช่วงเกิดเหตุการณ์การชุมนุมของม็อบกลุ่มคนเสื้อแดง
นายเจริญ วังอนานนท์ โฆษกเฟตตา กล่าวว่า เฟตตาจะเสนอให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ตั้งคณะกรรมการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลในสถานการณ์ไม่ปกติ โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ในส่วนของการเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริง เพื่อนำมาประชาสัมพันธ์ภาพรวมที่เกิดขึ้นให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติได้รับทราบข้อมูลจากแหล่งเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังสามารถวางกรอบการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทิศทางเดียวกันได้ เพื่อเป็นข้อมูลที่ประกอบการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวในการเดินทาง ซึ่งที่ผ่านมาเห็นได้ว่าข่าวสารที่ออกจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนไม่ตรงกัน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเกิดความสับสน
“
ภาคเอกชนเป็นผู้ที่มีความใกล้ชิดกับตัวนักท่องเที่ยวมากที่สุด ทำให้รู้และเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และข่าวสารที่ได้รับจะเป็นเรียลไทม์ มากกว่าหน่วยงานรับ บางครั้งการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกันจะทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจลำบาก และอาจถูกสังคมมองว่าเอกชนประเมินความเสียหายเวอร์ ขณะที่ภาครัฐได้ข้อมูลที่ไม่เป็นจริง” นายเจริญ กล่าวอย่างไรก็ตาม ในขณะนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทยอยยกเลิกการเดินทางหลายตลาด เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลี มาเลเซีย เฉลี่ย 1020% โดยเอกชนเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้นช่วงที่รับบาลประกาศชะพระราชบัญญัติความมั่นคง (พ.ร.บ.) ตั้งแต่วันที่ 1123 มี.ค.นี้เท่านั้น เพราะแนวโน้มนับจากนี้สถานการณ์น่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี
อย่างไรก็ตาม เฟตตาจะติดตามการเดินทางของนักท่องเที่ยวแบบวันต่อวัน เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จากการเคลื่อนไหวของม็อบในช่วง 5 วันที่ผ่านมา เชื่อว่าจะกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไม่มากนัก แต่ต้องขึ้นอยู่กับเหตุการณ์และมาตรการรับมือจากภาครัฐด้วย
สำหรับ ธุรกิจส่งไปรษณีย์ ย่านถนนข้าวสารวูบ 50% โดย นายธงชัย กิจบำรุงศิลป์ หัวหน้าที่ทำการไปรษณีย์ราชดำเนิน บริษัท ไปรษณีย์ไทย เปิดเผยว่า ปริมาณไปรษณียภัณฑ์โดยเฉพาะพัสดุต่างประเทศที่รับฝากจากลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติในย่านถนนข้าวสาร มีจำนวนลดลงกว่าครึ่งจากเดิมที่มีเฉลี่ย 4 หมื่นชิ้นต่อวันสำหรับวันปกติ และ 23 หมื่นชิ้นสำหรับวันหยุด
นอกจากนี้ ยังไม่สามารถนำจ่ายไปรษณียภัณฑ์ที่มีหลักฐาน เช่น ไปรษณีย์ลงทะเบียน ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ และพัสดุ ตั้งแต่ช่วงวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ที่อาศัยบริเวณที่มีการชุมนุมปิดบ้าน ซึ่งทางไปรษณีย์นำจ่ายซ้ำอีก 3 วัน หากยังไม่มีผู้รับอีกให้ติดต่อที่ทำการไปรษณีย์โดยตรง







