
แอตตาหวั่นไฟใต้ลามเข้าพื้นที่เศรษฐกิจ
ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตตา) เปิดเผยว่า เอกชนท่องเที่ยวต้องการให้ภาครัฐเพิ่มมาตรการป้องกันรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมถึงมาตรการป้องกันการเกิดเหตุการณ์ลุกลามเข้ามายังพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่าง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตตา) เปิดเผยว่า เอกชนท่องเที่ยวต้องการให้ภาครัฐเพิ่มมาตรการป้องกันรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมถึงมาตรการป้องกันการเกิดเหตุการณ์ลุกลามเข้ามายังพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่าง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ทั้งนี้ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับคนไทยที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่าสถานการณ์ความรุนแรงจะไม่ลุกลามมายังพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยว เนื่องจากพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องร่วม 10 ปี
“นักท่องเที่ยวมีความรู้ความเข้าใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่ที่จำกัด แต่ภาครัฐต้องป้องกันไม่ให้เหตุเกิดขึ้นแบบรายวัน เพราะถ้ามีความถี่รายวันจะส่งผลต่อจิตวิทยาในอนาคตได้” ศิษฎิวัชร กล่าว
สำหรับภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวของชาวต่างชาติผ่านสมาชิกแอตตาระหว่างเดือน ม.ค.มิ.ย.ที่ผ่านมา เติบโต 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะการเดินทางของนักท่องเที่ยวแถบเอเชียอย่างสาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย ฯลฯ มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ซึ่งมองว่าแนวโน้มครึ่งปีหลังหากสถานการณ์ทางการเมืองของไทยอยู่ในภาวะปกติ รวมถึงไม่เกิดปัญหาอุทกภัย คาดว่าในปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้าไทยได้ถึง 20 ล้านคน
วิจิตร ณ ระนอง ประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและเป็นเรื่องเก่าที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมีความรู้ความเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี ทำให้เหตุการณ์ระเบิดครั้งล่าสุดไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวในแถบภาคใต้แต่อย่างใด วัดได้จากอัตราการเข้าพักในโรงแรมไม่มียอดยกเลิกการเดินทางแต่อย่างใด
ภาพรวมการเดินทางบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย มีความคึกคักมากกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่เป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซัน) แต่ภาพรวมอัตราการเข้าพักใน จ.ภูเก็ต เฉลี่ย 65-70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 55-60% ขณะที่การเดินทางแบบเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) ช่วงโลว์ซีซันเพิ่มขึ้น 10%
“ภาพรวมการเดินทางเข้าพื้นที่ภาคใต้ ไม่สามารถชี้วัดได้ว่าเพิ่มขึ้นมาจากวันหยุดยาวช่วงวันเข้าพรรษาและวันแม่ 12 ส.ค. ที่จะถึงนี้ เพราะการเดินทางท่องเที่ยวภาคใต้ นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาพักผ่อนเพราะมีวันลาพักร้อนและได้หยุดยาว มากกว่าเป็นตลาดที่รองรับวันหยุดนักขัตฤกษ์ รวมถึงพื้นที่ท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต กระบี่ พังงา ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มตลาดต่างประเทศมากกว่าคนไทย” วิจิตร กล่าว







